สภาผู้บริโภค แนะรัฐ ต้องมีแผนป้องกันมิจฉาชีพ ฉวยโอกาส ใช้นโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ล่อโหลดแอพ-กดลิงก์ ชลรัฐบาลชุดใหม่ กำหนดภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นวาระแห่งชาติและภารกิจแรกของรัฐบาล

วันที่ 24 ส.ค.2566 นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ปรากฎว่ามีแอพพลิเคชันหลอกลวงให้ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ถูกต่อกระจายไปยังประชาชน เพื่อให้ร่วมดาวน์โหลดแอพพลิเคชันลงทะเบียนกันแล้วว่า เห็นว่า ลิงก์ให้โหลดดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนกลลวงที่มิจฉาชีพนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ในจังหวะเวลาที่ง่ายต่อการจูงใจและง่ายต่อการล่อลวงเหยื่อได้ง่าย

อีกทั้งยังเห็นว่า มิจฉาชีพ มีความพร้อมกว่ารัฐบาล และพร้อมที่จะพลิกแพลงรูปแบบออกมาพร้อมกับนโยบายรัฐต่ออีกอย่างแน่นอน

สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงอยากเสนอให้รัฐผลักดันแผนการป้องกันมิจฉาชีพ ไปพร้อมๆ กับการประกาศนโยบาย และจัดตั้งศูนย์ไซเบอร์รัฐด้วยกลไกลรัฐ ด้วยต้องคัดบุคลากรฝีมือดี มีความสามารถ มาทำงานเพื่อจัดการกลุ่มมิจฉาชีพ หรืออาจจ้างคนร้ายมาจับคนร้ายเพื่อให้ตามมิจฉาชีพได้ทัน

อีกทั้งปัญหานี้ ยังเป็นความท้าทายต่อการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศ ซึ่งตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 ที่ออกมาและมีนายกฯ เป็นประธานกรรมการ ก็ควรใช้เพื่อการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนให้มากขึ้นกว่านี้ ไม่เน้นดูแลเฉพาะแต่งานด้านความมั่นคงของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะรัฐบาลชุดใหม่ ควรกำหนดให้ภัยจากโลกไซเบอร์ เป็นวาระแห่งชาติโดยเร่งด่วน เป็นภาระกิจลำดับแรกของรัฐบาล

การผลัดดันศูนย์ไซเบอร์ ที่มีงบประมาณและร่วมกันทำงานจะช่วยให้รับมือกับการก่อเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของมิจฉาชีพได้ เนื่องจากปัจจุบันตำรวจไซเบอร์ มีบุคคลากรน้อยมาก ขณะที่คดีทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากได้ทัน และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน