นครราชสีมา เริ่มแล้วเทศกาลกินปลา เขื่อนลำตะคองคึกคัก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน คาดเงินสะพัด 5 ล้านบาท
1 ก.ย. 66 – นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ประธานจัดงาน ร่วมกับ นายสมปอง รอดตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจันทึก (อบต.จันทึก)

นายชูศักดิ์ จงงาม ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดนครราชสีมา นายยุทธศาสตร์ ธีระวัฒนา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง ผู้ประกอบการ

ร่วมจัดงานเทศกาลกินปลา เขื่อนลำตะคอง 66 ระหว่าง วันที่ 1-7 กันยายน หลังจากได้มีการปิดอ่างเพื่อให้ปลาได้วางไข่ ขยายพันธ์ และห้ามประชาชนลงจับปลาในเขื่อนลำตะคอง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ระยะเวลา 4 เดือน เป็นต้นมา บริเวณสันดอนทุ่งหญ้าริมเขื่อนลำตะคอง บ้านท่างอย หมู่ 13 ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

นายสัน เหล็กสูงเนิน คณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า อนุญาตให้ประมงพื้นบ้าน และประชาชนทั่วไป นำอุปกรณ์ ตาข่าย แห ลอบ และอุปกรณ์อื่นๆ ตาม ที่ได้อนุญาต ลงจับปลาตั้งแต่ เวลา 00.01 น. วันที่ 1 กันยายน และนำปลาขึ้นมาวางขาย ตามแผง ตั้งแต่ เวลา 04.30 น. พบว่าปลาที่จับขึ้นมาได้ช่วงเช้ามากกว่า 3 ตัน มีปลานิล ปลาช่อน ปลาสะโด ปลาตะเพียนขาว ตะเพียนขางแดง ปลาหมอเทศ แต่ที่ได้มากที่สุดคือ ปลานิล โดยมีแผงจำหน่ายเรียงรายกันมากกว่า 100 แผงปลา และมีย่างสดๆ จำหน่ายอีกด้วย ส่วนราคาที่กำหนดไว้ ปลานิลสด ไม่เกิน กิโลกรัมละ 80 บาท คาดว่า วันนี้น่าจะจับปลานำขึ้นมาได้ไม่น้อยกว่า 5-6 ตัน

นายสมปอง กล่าวว่า วัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน เปิดโอกาสให้ประมงน้ำจืดพื้นบ้าน ประชาชนชาวบ้านทั่วไป นำอุปกรณ์มาลงจับปลาในเขื่อนช่วงฤดูกาลน้ำแดง นำไปประกอบอาหารลดค่าใช้จ่าย นำไปขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

โดยกำหนดจัดงาน 7 วัน ตั้งแต่เวลา 01.00 น. วันที่ 1-7 กันยายน 2566 ชาวประมงพื้นที่บ้าน นำเรือกว่า 100 ลำ พร้อมอุปกรณ์ลงจับปลา และในช่วงเวลา 18.00 น. วันนี้จะมีพิธีเปิดงานเป็นทางการ และกิจกรรมต่างๆ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาเที่ยวชมและเลือกซื้อปลาสดๆ ไปประกอบอาหาร
คาดว่า จะสามารถจับปลาขึ้นมาได้จำนวนมากไม่น้อยกว่า 10 ตัน หรือ 10,000 กิโลกรัม มีกิจกรรมการแข่งขันจับปลานิลขนาดใหญ่ ชิงเงินรางวัล ในช่วงกลางคืนมีกิจกรรมการประกวดธิดามัจฉา และกิจกรรมหลากหลายประเภทเพื่อสร้างสีสัน คาดมีเงินสะพัด 5 ล้านบาท