กาฬสินธุ์ แก๊งมอดไม้ เหิมเกริมหนัก บุกตัดไม้พะยูงโรงเรียนอีกแล้ว ลงมือตี 4 พกปืนขู่อาสาสมัครหมู่บ้าน วอน ผบ.ตร. ปราบปรามจริงจัง หลังลอบก่อเหตุ 6ครั้งใน1เดือน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย
5 ก.ย. 66 – พ.ต.ท.นาวี แก้วก่า สว.(สอบสวน) ทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน สภ.ฆ้องชัย อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธ์ ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์เป็นต้นไม้พะยูง ที่โรงเรียนบ้านโนนศิลาสว่างวิทย์ หมู่ที่ 1 ต.โนนศิลา อ.ฆ้องชัย

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่เกิดเหตุ พบ นางวารุณี สุดหล้า นายอำเภอฆ้องชัย นายอารมณ์ จารุทรัพย์สดใส ผอ.โรงเรียนโนนศิลาสว่างวิทย์ ด.ต.สาคร คูหาวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฆ้องชัย นายวิทยา เครือวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่ต่างพากันมุ่งดูอย่างด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ภายในโรงเรียน พบไม้พะยูงถูกตัด จำนวน 1 ต้น พบสายไฟฟ้า ขนาด 2X2.5 พร้อมปลั๊ก ยาว 25 เมตร จำนวน 1 เส้น

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เมื่อ 5 ก.ย. 66 เวลา 04.10 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน ขับรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าไปตัดต้นไม้พะยูง จำนวน 1 ต้น ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียนโนนศิลาสว่างวิทย์ แล้วตัดเอาส่วนที่เป็นลำต้นยาว 5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร นำขึ้นรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน แล้วหลบหนีไป

นางวารุณี กล่าวว่า จากการสอบถามการกระทำนี้ถือว่า อุกอาจเป็นอย่างมาก เพราะแนวทางการป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูง ทั่วทั้งจังหวัดตามคำสั่งการของ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กำชับให้ทุกฝ่ายตรวจสอบต้นไม้พะยูงและร่วมกันอนุรักษ์ เพราะข่าวการลักลอบตัดไม้พะยูงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การกระทำนี้ถือว่าไม่เกรงกลัวกฎหมาย พฤติกรรมของคนร้ายที่มากัน 5 คน ขับรถปิกอัพเข้ามา อาศัยจังหวะที่ภารโรงของโรงเรียนกลับบ้านไปนึ่งข้าวช่วงเวลาประมาณตีสี่ ก็บุกเข้ามาโดยสองคนจะเป็นคนตัดที่ใช้เลื่อยไฟฟ้า ส่วนอีกสองคนจะเป็นคนขน และมี 1 คนถือปืนขู่อาสาสมัครหมู่บ้าน

ปรากฏหลักฐานมีการตัดแม่กุญแจห้องสวัสดิการ เข้าไปเพื่อต่อสายไฟ ต่อมาเมื่อต้นไม้ล้มชาวบ้านได้ยินเสียงจึงมาดูก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังตัดท่อนต้นไม้เป็นท่อนๆ และยกขึ้นรถและกำลังจะตัดอีกต้น โชคดีแจ้ง ตำรวจทัน จึงได้มีการยิงปืนขู่ไปที่คนร้าย ที่หวุดหวิดที่จะปะทะกัน ซึ่งคนร้ายก็ได้ไม้พะยูงไปจำนวน 1 ท่อน ยาวประมาณ 5 เมตร

“เหตุนี้ทุกคนทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งไม้พะยูงต้นใหญ่ชาวบ้านจะช่วยกันนำลวดหนามมาล้อมไว้ แต่ก็ถูกตัดไปได้ เพราะคนร้ายก็ตัดลวดหนามออกก่อนจึงลงมือใช้เลื่อยยนต์ตัด อีกทั้งก่อนหน้านี้โรงเรียน ชุมชน มีการจัดเวรยามเฝ้าแต่คนร้ายอาศัยจังหวะเผลอจึงได้ลักลอบเข้ามาตัด

ทั้งนี้จากการสำรวจในโรงเรียน มีต้นไม้พะยูงต้นใหญ่ เหลืออยู่อีก 8 ต้น ต้นเล็ก 12 ต้น นับจากนี้ทุกคนจะร่วมกันเฝ้าจัดเวรยามป้องกันอย่างเต็มที่ ซึ่งก็จะรายงานไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเพิ่มมาตรการณ์ป้องกันต่อไป”นายอำเภอฆ้องชัย กล่าว
นางรพีพร จันทร์ยวง อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนศิลา กล่าวว่า เหตุนี้ถือว่ารุนแรงกลุ่มนายทุนต้องการที่จะเข้ามาตัดต้นไม้ให้ได้ การป้องกันจะทำอย่างเต็มที่ ถามว่ากลัวหรือไม่ยอมรับว่ากลัวแต่ทุกคนก็พร้อมที่จะปกป้องป่าไม้ของตนเอง
ส่วนหนึ่งก็ขอความเห็นใจกลุ่มนายทุนอย่ามาตัดไม้พะยูงในโรงเรียนเลยเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมเป็นร่มไม้ดีกว่า เพราะเป็นสิ่งที่หาได้ยากแล้วในอนาคตต่อไป อีกทั้งต้องการฝากถึงผู้มีอำนาจ ก็ต้องการให้ “ผบ.ตร.” ส่งหน่วยเฉพาะกิจของกองปราบฯ-ปทส.ลงมาปราบปรามจริงจังด้วย
ส่วนกรณีไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน หายไปจากสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อย่างไร้ร่องรอย เมื่อช่วงคืนวันที่ 5 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา การตรวจสอบมีบุคคลของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง 8 ราย และยังมีปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ที่ให้นายหน้าเข้ามาตัดไม้พะยูงภายในโรงเรียนถึง 22 ต้น กับอีก 2 ตอ ราคา 153,000 บาท
โดยเรื่องนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจาก ปปช.จ.กาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการดำเนินการเอาผิด ได้รับแจ้งเพียงว่ากำลังตรวจสำนวนตำรวจ ส่วนกรณีหลักฐานการตัด ที่โรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี โรงเรียนหนองโนวิทยาคม อ.ห้วยเม็ก และที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก
จนล่าสุดมีการนำหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพชายฉกรรจ์ 7 คน เข้าไปเจาะดูแก่นไม้พะยูง ภายในโรงเรียนโคกกลางเหนือพิทยา อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์
ผู้สื่อข่าวพยามติดต่อเพื่อขอทราบความคืบหน้าจาก ปปท.จ.ขอนแก่น ได้รับคำตอบว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ขอให้สัมภาษณ์ อีกทั้งเจ้าของคดีพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ไปตามอีกคดีที่ภาคเหนือ และไม่สะดวกให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด