พี่เขยเมาแอ๋ คว้าไม้ทุบหัวน้องเขยในวงเหล้า อ้างแค่สั่งสอน สุดท้ายเลือดคลั่งในสมอง ไปเสียชีวิตที่ โรงพยาบาล ขอเป็นอุทาหรณ์ อ้างเมาขาดสติ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.ย.2566 ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.นครพนม พร้อมตำรวจชุดสืบสวนคุมตัว นายสันติ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้ไม้ทุบศีรษะ นายดาว (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี น้องเขย เสียชีวิตที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน

นางอรทัย ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า ตนอยู่งานศพในหมู่บ้าน สามีและนายสันติ พี่เขย ชักชวนกันไปดื่มเหล้า และมีเรื่องทะเลาะบาดหมางกันบ่อยครั้ง ส่วนสามีหลังดื่มกินกับพี่เขย ได้มาตั้งวงร่วมดื่มกันต่อกับกลุ่มเพื่อนและญาติ 4-5 คนที่ร้านตัดผมตรงข้ามบ้าน

ญาติเล่าให้ฟังว่า นายสันติพี่เขยเดินเข้าไปในวงเหล้า ขณะสามีกำลังนั่งดื่ม ก่อนใช้ไม้ค้อนยาว 1.5 เมตร ฟาดลงที่ท้ายทอยสามีจนบวมเป่ง คิดว่าไม่เป็นอะไรจึงกลับบ้านเข้านอนตามปกติ ช่วงค่ำสามีมึนศีรษะมีอาการคล้ายคนเมานอนไม่ลุก จึงแจ้งรถกู้ชีพนำตัวส่งรักษาที่ รพ.นครพนม

กระทั่งวันที่ 5 ก.ย.66 สามีได้เสียชีวิตลง แพทย์ระบุว่ามีเลือดคลั่งในสมอง เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ถึงแม้นายสันติจะเป็นพี่เขยและเป็นญาติกัน ก็ไม่น่าจะหยอกล้อใช้ไม้ทุบตีสามีจนถึงแก่ชีวิต จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสันติ ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุได้ชักชวนนายสันติ น้องเขย กันไปดื่มเหล้าที่ร้านค้าในหมู่บ้าน พอน้องเขยเหล้าเข้าปากก็มักจะหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับตนหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ด้วยเมาและขาดสติจึงคว้าไม้ค้อนไปทุบที่ท้ายทอย 1 ครั้งหวังจะสั่งสอน

แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมาก ผ่านมา 5 วันญาติแจ้งว่านายสันติ น้องเขยเสียชีวิตที่ รพ.นครพนม เสียใจสำนึกผิดและถือเป็นอุทธาหรณ์ในวงเหล้า หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหน รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน ร.ต.อ.คงฤทธิ์ สอบพยานไปแล้ว 3-4 ปาก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานแน่ชัด จึงนำตัวนายสันติ ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาทะเลาะวิวาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดนครพนม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน