นครราชสีมา รมว.ดีอีเอส ควง รมว.ท่องเที่ยว หารือ ผู้ว่าฯ โคราช-ภาคเอกชน บูรณาการ ลุยงานเชิงรุกปราบแก๊งคอล เร่งวางระบบรัดกุม ยกระดับป้องกันเข้มข้น เล็งแก้ กม. เพิ่มโทษแรงขึ้น
9 ก.ย. 66 – ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ส.ส เขต พท.โคราช

เดินทางมารับฟังข้อเสนอแนะของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสมาชิกชมรม พท.โคราช ให้การต้อนรับกันอย่างชื่นมื่น

ก่อนเข้าประชุมนายอดิศักดิ์ ซนสูงเนิน ประธานองค์กรเครือข่ายต้านการทุจริตภาคประชาชนจังหวัดนครราชสีมา ยื่นหนังสือกับ นายประเสริฐ ขอให้สร้างโคราชเป็นเมืองต้นแบบของเมืองปลอดแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า การประชุมนอกรอบและถือโอกาสมาพบปะหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติภารกิจรับใช้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนทุกที่ในประเทศไทย

เราได้ยกระดับมาตรการป้องกันเข้มข้น ซึ่ง ดีอีเอส มีนโยบายให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เดิมมีศูนย์ป้องกันไซเบอร์ ตนได้ตั้งอนุกรรมการทำงานเชิงรุก ติดตามพฤติกรรมน่าสงสัย พร้อมประสานสถาบันการเงิน หน่วยงานความมั่นคงทั้งประเทศไทย

รวมทั้ง หารือ ประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากแก๊งคอลฯ ตั้งศูนย์ปล่อยสัญญาณตะเข็บเพื่อนบ้าน ทั้ง พม่า ลาว และเขมร รวมทั้งได้แก้ไขปรับปรุงเพิ่มอัตราโทษกฎหมายฉ้อโกง

ยืนยัน กระทรวง ดีอีเอส ดูแลอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วอยู่ตลอด ดังนั้นดีอีเอส จะต้องมีความทันสมัยล้ำหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นไปอีก เพื่อที่จะให้รู้เท่าทันและสามารถป้องกันปราบปรามให้สิ้นซากไปได้ ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะต้องดำเนินการทันทีภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว

ด้าน นางสาวสุดาวรรณ รมต.ท่องเที่ยว เปิดเผยว่า นโยบายสำคัญได้เน้นสร้างรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและสร้างการรับรู้มาเที่ยวประเทศไทยต้องปลอดภัย หลังแถลงนโยบายน่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

ส่วนข้อกังวลอาจมีนักท่องเที่ยวแฝงเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราต้องบูรณาการหลายฝ่าย เพื่อวางระบบให้รัดกุม

สำหรับการจัดมหกรรมพืชสวนโลก ล่าสุดยังไม่ได้อนุมัติ จัดที่ จ.อุดรธานีหรือ จ.นครราชสีมา เท่าที่ทราบอุดรฯ มีปัญหาน้ำท่วม ซึ่งการพูดคุยเรามีโอกาสมากกว่า เนื่องจากเป็นพื้นยุทธศาสตร์ของหัวเมืองอีสาน

ทั้งนี้หลังจากการประชุมหารือกับภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้ข้อสรุป 5 เรื่องหลักๆ ที่ได้รับการตอบรับจากรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ประกอบไปด้วย 1. รมต.จะเร่งรัดให้สามารถเปิดใช้ถนนมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช 2. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ไปดูที่ดินทำ CEA หรือ TCDC ได้เลย เรื่องงบประมาณรับปากจะดูให้
3. Unesco link road และการพัฒนา 3 มงกุฎมรดกโลก เพื่อการสร้าง land mark โดยให้ผู้ว่าฯ ตั้งทีมงานประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง และตั้งทีมทำงาน 4. ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ให้ผู้ว่าฯ ไปคุยกับธนารักษ์ หาพื้นที่ที่เหมาะสม รมต.จะดำเนินการให้ในส่วนนโยบายรัฐบาลและงบประมาณ และ 5. สนามบินกองบิน 1 รมต.รับไปประสานหาวิธีร่วมกับ รมต.กลาโหม เพื่อเปิดใช้เป็นสนามบินพาณิชย์ได้