วงจรปิดจับภาพ นาทีเถ้าแก่โหด รัวยิงช่างรับเหมา 4 นัด ดับคาที่ ชาวบ้านถูกกระสุนกระเด็นไปโดน เจ็บ 1 ราย ก่อนเดินจากไปอย่างเลือดเย็น แล้วขับกระบะหนี
กรณีเถ้าแก่ฉุนนายสมพร อายุ 54 ปี ช่างก่อสร้าง ที่ทำหลังคาที่จอดรถไม่ถูกใจ มีปัญหาทะเลาะกันมานาน ก่อนคว้าปืนพกรัวยิง 4 นัด เสียชีวิต กระสุนยังกระเด็นไปโดนพ่อค้าโดนลูกหลงเจ็บ 1 ก่อนที่เถ้าแก่จะเผ่นหนี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อวันที่ 20 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดของ อบต.บางเสาธง ที่ตั้งอยู่ตรงสี่แยกไทยประกันซอย 2/2 หมู่บ้านไทยประกัน ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพในช่วงเวลา 09.34 น. วันที่ 20 ก.ย.66 จากภาพวงจรปิดจะเห็นว่ามี นายอรรคพล อายุ 56 ปี สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางขาสั้น เดินออกมาจากอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้าม เข้ามาที่โต๊ะสนุกเกอร์ ที่มีนายสมพร อายุ 54 ปี เล่นอยู่ในร้านโต๊ะสนุกเกอร์
จากภาพวงจรปิดจะเห็นว่า นายอรรคพล คล้ายกับเดินเข้าไปต่อว่านายสมพร แล้วเกิดการโต้เถียงกัน กระทั่งนายอรรคพล เดินเข้าไปที่โต๊ะนั่งหินอ่อนภายในร้านจากนั้นชักอาวุธปืน 9 มม. กระหน่ำยิงใส่ นายสมพร 4 นัด ก่อนจะเดินกลับออกมาจากที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นกลับเข้าไปที่อพาร์ตเมนต์ของตนเอง เพื่อไปหยิบกุญแจรถกระบะ ออกมาขับรถกระบะหลบหนีไป
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ภาพวงจรปิดอีกมุม เผยนาทีสังหารโหดครั้งนี้ โดยเป็นภาพวงจรปิดภายในโต๊ะสนุกเกอร์ที่เกิดเหตุ จากภาพวงจรปิดมุมแรกของภายในร้าน จะเห็นว่านอกจากจะมีคนมาเล่นสนุกเกอร์ตามปกติแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือ นายสมพร เสื้อฟ้ากางเกงขายาวสีดำจุดขาว กำลังเล่นสนุกเกอร์เพลินๆ กับเพื่อน ๆ รวม 3 คน
ระหว่างนั้นนายอรรคพล ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาตะโกนถามหาอะไรบางอย่าง จนเกิดมีปากเสียงและท้าทายกัน ทำให้นายสมพร พยายามวิ่งเข้าหานายอรรคพล แต่ถูกนายอรรคพล ชักปืนพกสั้น ออโตเมติก สีดำ ที่พกเหน็บเอวด้านหน้ามา ชักขึ้นลำ รัวยิงใส่ นายสมพร 4 นัด อย่างเลือดเย็น ก่อนจะเดินออกจากร้านไป สอดคล้องกับกล้องริมถนนของ อบต.บางเสาธง หลังเกิดเหตุไม่นานชาวบ้านข้างเคียงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบศพ นายสมพร นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดข้างโต๊ะนั่งหินอ่อนภายในร้านสนุกเกอร์ นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าร้านอาหารตามสั่ง ซึ่งถูกลูกหลงจากสะเก็ดหัวกระสุนปืนกระเด็นใส่น่องขาขวาจนเป็นรอยไหม้และได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลบางพลี
สอบถาม นายประกอบ คนเจ็บที่ถูกลูกหลง บอกว่า ตนนั่งเล่นโทรศัพท์ภายในร้านโต๊ะสนุกเกอร์ ระหว่างนั้น ผู้ก่อเหตุเดินเข้าถามหาคีย์การ์ดกับคนตาย แล้วมีปากเสียงกันจากนั้นได้ยินเสียงปืนรัวยิง 4 นัด จนถูกลูกหลง พอหันมาก็เห็นว่าผู้ก่อเหตุเดินออกจากร้านไป
ด้าน ป้าอุ๊ ภรรยาของนายประกอบ ซึ่งเปิดร้านอาหารตามสั่งข้างโต๊ะสนุกเกอร์ที่เกิดเหตุ บอกว่า ตนได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุมาทวงถามคีย์การ์ดกับคนตาย จากนั้นเหมือนจะทะเลาะกันแล้วตนได้ยินว่า มึงจะแจ้งตำรวจไหมแจ้งเลย จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืน 4 นัด
ป้าอุ๊ กล่าวต่อว่า นายสมพรมาที่โต๊ะสนุกแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า และยังมาสั่งอาหารที่ร้านตนทาน โดยปกติแล้วนายสมพรจะเป็นคนนิสัยดีมาก เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ และ ขยันทำงาน ซึ่งนายสมพรเป็นคนงานคอยซ่อมแซมและต่อเติมให้กับอพาร์ตเมนต์ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ทำงานที่นั่นมาแล้วร่วม 10 ปี
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผู้ก่อเหตุให้นายสมพร ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถข้างอพาร์ตเมนต์ แต่ปรากฏว่านายสมพรทำไม่ถูกใจผู้ก่อเหตุ จนถึงขั้นมีปากเสียงกันและนายสมพรยังมาบ่นว่าจะลาออกไปหางานทำใหม่ กระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้นในวันนี้
สำหรับนายอรรคพลเคยมีประวัติใช้ปืนยิงคนอื่นจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็รอดคุกมาได้ และที่ผ่านมามักเป็นคนหัวร้อน ชอบยิงปืนขู่ ไม่พอใจใครก็มักชักปืนยิงขู่ จนไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยวด้วย
ส่วน นายยอด เป็นคนที่เล่นสนุกอยู่กับคนตาย บอกว่า ตนได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันจริง กระทั่งคนตายเดินไปหาคนก่อเหตุ จนถูกยิงสวน 4 นัดจนฟุบลงจมกองเลือด
ด้านภรรยา ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องดีว่าสามีกับผู้ก่อเหตุมีปากเสียงกันมาบ่อยและหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะมาถูกก่อเหตุในครั้งนี้ ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ และยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆกับนักข่าว ยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุทางด้าน พนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรปราการ แพทย์เวร รพ.บางเสาธง และ มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกที่พื้น 4 ปลอก และร่องรอยกระสุนยิงที่พื้น 1 นัด
ส่วนการตรวจสอบสภาพศพ นายสมพร พบว่ามีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด กระสุนทะลุเบ้าตาขวา ถูกยิงเข้าที่กลางหลัง 1 นัด ทะลุหน้าท้อง และยิงเข้าที่ขาซ้ายอีก 1 นัด รวม 3 นัด จนถึงแก่ความตาย
ตำรวจจึงถ่ายรูปทำบันทึกที่เกิดเหตุและมอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งนิติเวช รพ.รามาสมุทรปราการ ส่วนผู้ก่อเหตุขณะนี้ยังหลบหนี พร้อมอาวุธปืนตำรวจได้วิทยุสกัดจับทั้งจังหวัดแล้ว แต่ยังไร้วี่แวว หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





