สคทช. ย้ำ one map ไม่กระทบถือครองที่ดินตามเอกสารสิทธิ์อื่นของปชช. เดินหน้าใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนควบคู่การอนุรักษ์
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (สคทช) กล่าวว่า One Map คือ โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ตามมาตรา 10 (7) แห่งพ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทย มีแนวเขตที่ดินของรัฐที่ถูกต้อง ไม่ทับซ้อนกัน เป็นมาตราส่วนเดียวกัน
ขอย้ำว่า การดำเนินการ OneMap ไม่มีผลกระทบต่อเอกสารสิทธิในที่ดินของประชาชนที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการประชุมครม. วันที่ 22 พ.ย. 65 กำหนดหลักการว่า การดำเนินการ One Map ไม่ ได้เป็นการยกเลิกเพิกถอนเอกสารสิทธิ หรือสิทธิครอบครองตาม ประมวลกฎหมายที่ดินของประชาชน หากแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่โต้แย้งสิทธิสามารถเข้าสู่กระบวนการ พิสูจน์สิทธิในที่ดินได้ เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการที่ดินนั้น สามารถที่จะ ดำเนินการต่อไปได้ และจะไม่ลิดรอนสิทธิของประชาชน

สำหรับกรอบแนวทางการดำเนินการ One Map คือการดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” ยึดลำดับ ศักดิ์ของกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายก่อนหรือหลัง กรณีกฎหมายที่ มีศักดิ์เท่ากัน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ จำนวน 13 ข้อ ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบแล้วเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 58
โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 7 กลุ่ม ๆ ละ 11 จังหวัด เริ่มจาก กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือภาคตะวันตกภาคใต้และภาคเหนือตามลำดับ ซึ่ง การดำเนินการที่ผ่านมาแล้วเสร็จ 3 กลุ่ม คือ พื้นที่กลุ่มที่1
จำนวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 65
พื้นที่กลุ่มที่ 2 จำนวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ
และสระบุรี คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 65 พื้นที่กลุ่มที่ 3 จำนวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 66
พื้นที่กลุ่มที่ 4 ดำเนินการแล้ว จำนวน 9 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม สกลนคร บึงกาฬ หนองคาย และหนองบัวลำภู (ยกเว้นอุดรธานี และขอนแก่น) คณะอนุกรรมการ One Map ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 66 อยู่ ระหว่างเตรียมนำเสนอ คทช. และคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป สำหรับพื้นที่กลุ่มที่เหลือ 5 – 7 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ One Map จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสังคมและประเทศชาติ คือ จะช่วยลดการทับซ้อนของที่ดินของรัฐ ทำให้การบริหารจัดการมีเอกภาพ และประสิทธิภาพ ช่วยลด ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง และกับประชาชน เมื่อ ดำเนินการแล้วเสร็จ ทุกฝ่ายจะทราบขอบเขตที่ดินของรัฐได้อย่างชัดเจน ประชาชนสามารถทำประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้อง ไม่รุกล้ำที่ดิน ของรัฐ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมที่ดีขึ้น