คนเลี้ยงเศร้า!ปลานิล 14 ตันลอยตายเกลื่อน โอดเขื่อนไม่ปล่อยน้ำทำสูญเงินเกือบล้าน(คลิป)

วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ บ้านท่าลาด ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กำลังประสบกับปัญหาปลานิลที่เลี้ยงไว้ตายไปเป็นจำนวนมาก โดยพบเกษตรกรผู้เสียหายอยู่ 3 ราย คือ นางบุญสวย มาลาสาย อายุ 53 ปี น.ส.คำปุ่น พันธ์คำ อายุ 49 ปี และ น.ส.ทองคำ บุริวงศ์ อายุ 43 ปี ที่ปลาที่เลี้ยงไว้ ได้ทยอยตายไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา รวม 14 กระชัง คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 14 ตัน  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 7 แสนบาท ซึ่งเป็นปลาเลี้ยงที่อายุระหว่าง 4-5 เดือน น้ำหนักตัวละเกือบ 1 กิโลกรัม และเป็นช่วงที่ใกล้จะสามารถนำมาส่งออกขายตลาดได้แล้ว

ส่วนสาเหตุการตายนั้น ผู้เลี้ยงปลาเชื่อว่ามาจากสภาพอากาศที่ร้อน ท้องฟ้าปิด-เปิดติดต่อกันมาหลายวัน รวมทั้งจุดเลี้ยงเป็นเขื่อนหัวนา ตั้งอยู่เหนือน้ำ ไม่ได้ปล่อยน้ำออกมาหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ ทำให้เกิดเป็นน้ำนิ่งและมีน้ำเน่าเสีย สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกรที่มีปลาตาย นอกจากนำเครื่องปั้มอากาศมาช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้ปลาแล้ว ก็ได้จับปลาที่ใกล้ตายขึ้นมาขายให้กับรถรับซื้อปลาจากตลาดและประชาชนที่ทราบข่าวในราคาถูกกิโลกรัม 35 บาท เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะที่น.ส.คำปุ่น พันธ์คำ ผู้เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำมูลที่บ้านท่าลาดกล่าวว่า ต้องการให้เขื่อนหัวนาช่วยปล่อยน้ำออกมาไล่น้ำเสียที่เกิดขึ้นในจุดใช้เลี้ยงปลา เพื่อลดอัตราการตายของปลาของพวกตนด้วย แม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักในการตายของปลาครั้งนี้ แต่ก็เชื่อจะช่วยลดการตายของปลาลงได้ เพราะน้ำมีการหมุนเวียนไม่เป็นน้ำนิ่งเพียงอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในจุดเลี้ยงที่มีปลาตายครั้งนี้ ยังมีกระชังเลี้ยงปลาอีกประมาณ 50 กระชัง เจ้าของได้นำเครื่องปั้มอากาศมาช่วยเพิ่มออกซิเยนให้กับปลา และอาจได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากเป็นปลาขนาดเล็กมีอายุการเลี้ยงประมาณ 2 เดือน และเหตุการณ์ปลาเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำมูลตายที่บ้านท่าลาด เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ โดยครั้งแรกเกิดเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา มีปลาตายกว่า 5 ตัน เสียหายกว่า 3 แสนบาทมาแล้ว

บทความก่อนหน้านี้“วิษณุ” แนะพรรคใหม่ห้ามเสนอนโยบายตอนนี้ ลั่น! ทำอะไร ขอ ‘คสช.’ ก่อน
บทความถัดไปทางเลือกคนงบน้อย! หนุ่มเผยไอเดียทำเตียงไม้วินเทจสุดเจ๋งแค่ 800 บาท (คลิป)