เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่า พระฉันถั่วดำ เณรวัย 14 ปี มาราธอน ในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ใครพบเบาะแสแจ้งด่วน ชี้ เป็นบุคคลที่เป็นภัยสังคม
วันที่ 5 ต.ค.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.อุทัยธานี สนธิกำลังนำหมายจับ ที่ 642/2566 ลงวันที่ 3 ต.ค.2566 ไล่ล่าจับกุม พระฤทธิไกร อายุ 53 ปี ข้อหา 1.พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจาร 2.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุสิบห้าปี โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะทีไม่สามารถขัดขืนได้
และ 3.พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้า ไปเสียจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันควร โดยกระทำเพื่ออนาจาร เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ติดชายป่าห้วยขาแข้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.-27 ก.ย.66 ภายในกุฏิที่พักสงฆ์
หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักสงฆ์ดังกล่าว พบกับ พระอาจารย์สายันต์ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ และได้สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น กล่าวว่า โดยพระสายันต์ได้สอบถามเณรทั้ง 2 ได้เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่จะไปจากสำนักสงฆ์
หลังจากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปดูกุฏิด้านหลังชายป่าที่พระฤทธิไกรนำเณรทั้ง 2 อายุ 14 ปี มาพักอาศัยอยู่ โดยในห้องนอนได้มีพระฤทธิไกรและเณรนอนอยู่ ส่วนหน้าห้องมีเณรอีกรูปกางมุ้งนอนอยู่คนเดียว พร้อมกับชี้ที่เหตุการณ์ที่บริเวณหน้าห้องว่า พระฤทธิไกร ช่วงกลางคืนได้ออกมาจากในห้องนอนที่นอนอยู่กับเณรแล้วออกมานอนกลับเณรอีกรูป ก่อนจะลงมือล่วงละเมิดทางเพศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-วันที่ 27 ก.ย.66 เป็นคืนสุดท้าย กว่า 40 ครั้ง
จากการสอบถาม ผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุเกินเมื่อประมาณต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พ่อกับแม่ตน ไปทำงานต่างจังหวัด ที่บ้านมีฐานะยากจน ตนได้ไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านของยาย ซึ่งเป็นน้าสาวของพ่อ หลังจากนั้นเมือปลายเดือน ก.ค. เพื่อนของตนได้ขับรถจักรยานยนต์มารับตนเอง โดยบอกว่าหลวงตาพระฤทธิไกรให้มารับไปหาที่วัดแห่งหนึ่ง ต.แม่เปิน
ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า เมื่อตนไปถึง จึงเดินไปพร้อมกับเพื่อนพบพระฤทธิไกร ตนก็นั่งพูดคุยสักพักก็ขอตัวกลับบ้านพร้อมเพื่อน หลังจากนั้นพระฤทธิไกรได้พูดดุกับตนว่า “มึงไม่ต้องกลับเลย” พร้อมกับได้นำมีดอีโต้มาข่มขู่ ตนด้วยความกลัวจึงไม่กล้ากลับบ้าน และได้นอนพักอยู่ที่วัดนานถึง 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นพระฤทธิไกรได้ติดต่อกับพระที่รู้จักที่วัด ต.ลานสัก ได้นำตนพร้อมกับเพื่อนมาบวชเณรที่วัด
ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า และที่วัดได้ติดต่อกับพระสายันต์ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ เพื่อขอให้พระฤทธิไกร และตนมาอยู่ที่สำนักสงฆ์ โดยพระฤทธิไกรได้เลือกไปอยู่ที่กุฏิด้านหลังวัดที่เงียบ โดยในห้องพระฤทธิไกรได้นอนอยู่กับเพื่อนในห้อง ส่วนตนนอนอยู่หน้าห้องคนเดียว พอตกกลางคืนพระฤทธิไกรได้มาเปิดมุ้งตนเข้ามานอนด้วย ก่อนจะก่อเหตุล่วงละเมิดตนจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งตนไม่กล้าร้องเพราะอยู่ในป่า และกลัวด้วย
ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากนั้น พ่อและแม่ของเพื่อนมารับ ตนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง และให้ช่วยไปบอกกับญาติ ๆ ตนด้วย ให้มารับ ตนทนไม่ไหวกลัวพระฤทธิไกร ซึ่งก่อนหน้าตนกับเพื่อนเคยหนี ออกจากสำนักสงฆ์แล้วครั้งหนึ่ง แต่พระฤทธิไกรก็ไปตามกลับมาได้ เนื่องจากตนไม่รู้จะไปไหน เพราะไม่ใช่บ้านตน มีแต่ป่าไม้ หลังจากถึงสำนักสงฆ์ พระฤทธิไกรได้ตะโกนดุด่าว่าตน จนชาวบ้านในละแวกนั้นคิดว่าทะเลาะกัน
ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า หลังจากพ่อแม่ของเพื่อนมารับตัวเพื่อนกลับไปแล้ว และได้ติดต่อกับญาติ ๆ ของตน กระทั่งวันที่ 27 ก.ย.66 มีผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับพ่อและญาติได้มารับตน และได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง หลังจากนั้นก็เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ดิเรก เอี่ยมเล่ สารวัตรเวร สภ.ห้วยคต ดังกล่าว
ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่พระฤทธิไกร กล่าวว่า ใครพบพระฤทธิไกร ซึ่งตอนนี้ได้หลบหนีไปตามวัดต่าง ๆ และบ้านญาติ ๆ ให้ช่วยแจ้งมายัง สภ.ห้วยคต เบอร์โทร 056-518129 ชุดสืบสวน หรือวิทยุ 191 อุทัยธานี ซึ่งเป็นบุคคลเป็นภัยสังคมดังกล่าว


