เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานเข้ามาว่า นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังการลักลอบเผาในที่โล่งและพื้นที่ทางการเกษตร ในช่วง “51วันไม่เผา เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” ระหว่างวันที่ 1 มี.ค. – 20 เม.ย. 2561 เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการรับมือในพื้นที่เสี่ยงของแต่ละอำเภอ ให้จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดับไฟให้พร้อมใช้งาน และจัดทีมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครภาคประชาชน ออกลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนจัดทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่ ประกาศแจ้งให้ประชาชนในชุมชนและหมู่บ้าน ร่วมกันเฝ้าระวัง ดูแลพื้นที่ของตนเองและบริเวณใกล้เคียง พร้อมให้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำความผิดในช่วง 51 วัน ห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากมีผู้ใดก่อให้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวน และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และไหม้ในพื้นที่ชุมชน จะดำเนินการตาม พรบ.สาธารณสุข ถ้าเผาเกิน 25 ไร่ขึ้นไป ปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท จำคุก 4-20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ชี้เบาะแสการเผาเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด จะมีรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท สามารถแจ้งข้อมูล และเบาะแส ได้ที่ 0-5311-2236 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ พื้นที่ที่เกิดจุด Hotspot เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในอำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอจอมทอง แม่แจ่ม ฮอด อมก๋อย และอำเภอดอยเต่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ พื้นที่ของอำเภอแม่แจ่ม และอำเภอสันป่าตอง
ด้านนายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เฝ้าระวัง” ค่า PM10 อยู่ระหว่าง 46 – 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงสุดพบที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างใกล้ชิดในช่วงเริ่มมาตรการ “51 วันไม่เผา เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน”
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ในช่วง 51 วัน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 20 เมษายน 2561 โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ จะมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด หากมีผู้ใดก่อให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นโทษที่ คสช. ได้ประกาศเพิ่มโทษหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวน และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชุมชน จะใช้
พรบ.สาธารณสุข ถ้าเผาเกิน 25 ไร่ขึ้นไป ปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท จำคุก 4-20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ชี้เบาะแสการเผาเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด จะมีรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท สามารคแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5311-2236 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารย้อนหลังได้ที่ แฟนเพจเฟสบุ๊ค “อากาศบ้านเฮา”
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ ชมภูวิเศษ หน.หน่วยฯชม.38(อมก๋อย)/สอป.สบอ.16(เชียงใหม่) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อมก๋อย,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปลัดอำเภอ,อส. อำเภออมก๋อย ได้ทำการตรวจจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ 1 ราย ผู้ต้องหา คือ นายวีระ เต๋จ๊ะนันท์ ได้ก่อเหตุลงมือเผาป่าในพื้นที่อำเภออมก๋อย คิดเป็นพื้น 1-2-60 ไร่ (ค่าเสียหายรอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์คิดคำนวนค่าเสียหาย) นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.อมก๋อย ดำเนินคดี ปจว.ข้อที่ 4 คดีที่47/61 ยึดทรัพย์ที่34/61 เวลา 20.20 น. ลว. 1 มี.ค. 61 ร้อยเวร ร.ต.อ. ธาม รังธะสี ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.


