สาวกรี๊ดลั่น ชายขับบีเอ็ม ไล่บี้ ก่อนซิ่งปาดหน้า เร่งเครื่องชนพังยับบนสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ครอบครัวอ้างป่วยจิต ด้าน แฟนหนุ่มโร่แจ้งความ

จากกรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขับรถไล่ชนกันบนสะพานเจษฎาบดินทร์ จ.นนทบุรี โดยผู้โพสต์ ระบุข้อความว่า “ชนกันดื้อ ๆ แบบนี้ก็ได้เหรอวะ พิกัด จ.นนทบุรี ทางขึ้นสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา ตี 4 ของวันที่ 2 พ.ย. มึงจะอ้างว่าเมา หรือกร่างมาจากไหน ใหญ่มาจากไหนไม่รู้ ทำสันดานแบบนี้กูรับไม่ได้”

สาวกรี๊ดลั่น ชายขับบีเอ็ม ไล่บี้ ก่อนซิ่งปาดหน้า เร่งเครื่องชนพังยับบนสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์

สาวกรี๊ดลั่น ชายขับบีเอ็ม ไล่บี้ ก่อนซิ่งปาดหน้า เร่งเครื่องชนพังยับบนสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์

ล่าสุดวันที่ 3 พ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา นายวรภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียหายและผู้โพสต์ซึ่งเป็นเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหาย พร้อมกับ น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เสกสรร จเรเขทกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมหลังเกิดเหตุเมื่อเวลา 04.40 น. บริเวณสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ถนนท่าน้ำ-วัดโบสถ์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนจะเดินทางเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์

นายวรภพ ให้การว่า เมื่อเวลา 04.40 น.ของวันที่ 2 พ.ย. ได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ทะเบียน 4ขบ1569 กทม. มากับ น.ส.พลอย แฟนสาว โดยขับมาตามถนนท่าน้ำ-วัดโบสถ์ มุ่งหน้าสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ถึงบริเวณเชิงสะพานดังกล่าว ได้มีรถเก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู ทะเบียน กท5155 ปทุมธานี มีชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 35 ปี ขับตามมาแล้วแซงขึ้นหน้า และหยุดรถขวางหน้ารถของตน และขับรถพุ่งชนด้านหน้ารถทำให้ได้รับความเสียหาย จึงได้ขับรถถอยและขับหลบหนี ส่วนชายผู้ก่อเหตุได้ขับรถตามหลังมาแต่ไม่ทัน

นายวรภพ กล่าวต่อว่า หลังจากตนเลิกจากงานแวะรับประทานอาหารย่านเกษตรแล้ว ตนมีแพลนตั้งใจว่าจะเดินทางไปทำวัตรเช้าที่วัดสังฆทาน ย่านถนนพระรามห้า ปรากฏว่าระหว่างที่ขับรถผ่านถนนเลี่ยงเมืองนนท์เพื่อขึ้นสะพานเจษฯ ตนก็ไม่รู้ว่ารถคู่กรณีวิ่งมาจากทางไหน จู่ ๆ ก็ขับมาไล่ตามแล้วเปิดไฟสูงใส่ ตนจึงพยายามขับรถหลบชิดซ้ายให้เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย

นายวรภพ กล่าวอีกว่า ระหว่างนั้นตนจึงขับรถหลบหนีเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกคู่กรณีขับรถไล่ตามเข้าซอยมาอีก จึงรู้ว่าไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจพยายามขับรถขึ้นสะพานเจษฯไป ในใจก็คิดว่าจะขับรถหนีไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจที่โรงพัก ระหว่างที่ขับรถขึ้นสะพานเจษฯมาปรากฏว่า รถคู่กรณีขับแซงขึ้นไปก่อนจะกลับรถอย่างกะทันหัน แล้วเร่งเครื่องกลับรถเข้ามาพุ่งชนรถของตนอย่างจัง

นายวรภพ กล่าวว่า จนทำให้รถเก๋งของตนที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ไม่ถึง 3 เดือนพังยับ โดยเฉพาะช่วงหน้าหม้อน้ำแตก และยังทำให้ตนถูกสายเบลท์รัดจนเจ็บหน้าอกและหน้าท้อง ซึ่งหลังเกิดเหตุคู่กรณีได้หลบหนีด้วยการเรียกรถแท็กซี่หลบหนีไป ประเด็นที่ว่าคู่กรณีอ้างว่าป่วยทางจิตนั้น ตนคิดว่าคงไม่ใช่ เพราะถ้าหากป่วยจิตจริง ทั้งการขับรถตามเข้าซอย ทั้งการขับรถแซงขึ้นไปปาดหน้าแล้วกลับรถพุ่งมาชน รวมทั้งการเรียกรถแท็กซี่หลบหนีหลังก่อเหตุ ตนว่าเขามีสติครบถ้วนมากกว่า

นายวรภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย

นายวรภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย

นายวรภพ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้ตนรู้จักการเอาตัวรอดเฉพาะหน้า เพราะตนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะมาทำอะไรกับตน เพราะไม่ได้มีเรื่องกันมาก่อน ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตน ญาติเขาบอกว่าเขาป่วยเป็นโรคทางจิต ตนก็อยากฝากบอกถึงคนที่มีผู้ป่วยลักษณะแบบนี้ให้ดูแลลูกหลานที่ป่วยให้ดีกว่านี้ อย่าปล่อยให้ออกมาเจอผู้คน หรือถ้าจะออกมาก็ต้องมีคนมาควบคุมดูแล เพราะปล่อยเขาออกมาคนเดียวก็จะเกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดกับตน

รถยนต์คู่กรณี

รถยนต์คู่กรณี

ด้าน น.ส.พลอย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนทั้งตกใจและหวาดกลัว ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตน ตอนนี้ร่างกายได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและขา เนื่องจากกระแทกถูกคอนโซลหน้ารถ ตนผวาทุกครั้งที่มีรถเข้ามาใกล้ตัว อยากฝากถึงคนที่ญาติป่วยแบบนี้ให้ควบคุมดูแลอย่าปล่อยให้ออกมาทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่นแบบที่ตนและแฟนเจอ

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเหตุและข้อมูล ทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายวรเมธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี จึงรีบติดตามไปยังบ้านพัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. พบผู้ก่อเหตุให้การรับว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ญาติอ้างว่าผู้ก่อเหตุป่วยทางจิตเวช อยู่ระหว่างรักษา จึงขอตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ แล้ว ตรวจวัดแอลกอฮอล์

ผู้เสียหาย

ผู้เสียหาย

และตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ พร้อมกับส่งตัวผู้ก่อเหตุไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศรีธัญญา ตรวจสภาพทางจิตและรอผลแพทย์วินิจฉัย โดยจากเหตุการณ์ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งหลังจากได้รับผลตรวจร่างกายจากแพทย์อาจมีการตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน