จนท.ทับลานขนลูกช้างหลงโขลงข้ามเขื่อน กลับมาดูแลที่หน่วย หลังปล่อย 3 คืนรอแม่ แต่เจอโขลงไปไกลแล้ว อีกทั้งรอยเสือโคร่งโผล่ไม่ห่างจากจุดลูกช้างอยู่
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ต.ค.2566 นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมทีมสัตวแพทย์และอาสาสมัครในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ช่วยกันต้อนลูกช้างป่าเพศผู้ ที่พลัดหลงโขลงตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้ากรงที่จัดเตรียมไว้เพื่อเคลื่อนย้ายออกมาจากแนวชายป่าเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ด้านทิศตะวันออกบ้านตลิ่งชัน
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำคอกชั่วคราวปล่อยรอแม่ช้างกลับมารับ 3 คืนแต่ยังไร้วี่แวว เพื่อลำเลียงกับมาดูแลอนุบาลยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ ทบ.08 ซึ่งอยู่ห่างออกมาเกือบ 3 กม. ซึ่งต้องลำเลียงกรงใส่ลูกช้างที่มีเจ้าหน้าสัตวแพทย์ที่ดูแลเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เพื่อคลายความวิตกกังวลไม่ให้ช้างเกิดอาการเครียดจนเกินไป เดินทางด้วยรถยนต์ออกมาจากแนวชายป่าเพื่อมาขึ้นเรือที่ผู้นำชุมชนจัดเตรียมไว้
จากนั้นต้องแล่นเรือข้ามเขื่อนมูลบนอีก 2 กม. ก่อนย้ายกรงขึ้นรถยนต์เดินทางไปยังคอกที่จัดเตรียมไว้ภายในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ ทล.3 ตลิ่งชัน อีก 1 กม. ซึ่งตลอดขั้นตอนการลำเลียงเป็นไปด้วยดี ช้างมีอาการตกใจและกังวลเล็กน้อยส่งเสียงร้องเป็นระยะๆ แต่ก็กลับมาเป็นปกติในเวลาต่อมาไม่นานนัก
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเคลื่อนย้ายลูกช้างออกจากแนวเขตป่า เนื่องจากการติดตามสังเกตโขลงช้างที่คาดว่าลูกช้างเคยอาศัยอยู่ด้วยที่มีอยู่ประมาณ 30 ตัว ออกจากจุดที่พบลูกช้างไปค่อนข้างไกลแล้วจึงเป็นเรื่องยากที่จะหวนกลับมารับลูกช้างกลับเข้าโขลงอีกครั้ง ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบพบร่องรอยของเสือโคร่ง อยู่ห่างจากจุดที่ทำคอกพักพิงชั่วคราวให้ลูกช้างไม่ไกลนัก
จึงจำเป็นต้องนำตัวลูกช้างออกมาเพื่อความปลอดภัยและสะดวกต่อการตรวจรักษาดูแลลูกช้าง เพราะช่องทางที่ต้องเข้าไปดูแลรักษาลูกช้างนั้นค่อนข้างยากลำบาก โดยการลำเลียงเอาลูกช้างออกมาก็ต้องอาศัยการขึ้นรถต่อเรือข้ามเขื่อน โดยผู้นำท้องถิ่นทั้งเทศบาลตำบลจระเข้หิน และอบต.จระเข้หิน เป็นผู้ประสานงานนำเรือมาช่วยลำเลียงจนประสบความสำเร็จด้วยดี
นายประวัติศาสตร์ กล่าวต่อว่า อาการลูกช้างตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ดี สุขภาพแข็งแรง กินนมได้ดี แต่มีเรื่องที่น่ากังวลก็คืออาการบาดเจ็บที่ขาหลังด้านขวา ที่มีอาการบวม สัตวแพทย์ใช้ยานวดผ่อนคลายแต่ยังไม่ให้ยาเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เพราะช้างอายุยังน้อยอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ ส่วนนี้ต้องรอทำการเอ็กซเรย์ที่ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างตรงจุด
หลังจากนี้สัตวแพทย์จะรักษาตามอาการอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกช้างกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง และจะได้นำมาพิจารณาการให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไปว่า จะนำช้างกลับเข้าสู่โขลงได้หรือไม่ หรือหากไม่ได้ก็อาจจะต้องนำช้างส่งไปยังปางช้างที่จ.เชียงใหม่ หรือ จ.สุรินทร์ เพื่อหาช้างแม่รับมาดูแลสอนสัญชาติญาณในการดำรงชีวิตให้กับลูกช้างป่าตัวนี้ต่อไป




