เด็ก 17 ถูกเจ้าของสำนักแก้กาลกิณีขืนใจ 3 รอบ ไปบอกแม่ ไม่เชื่อ เจอด่า เหตุแม่นับถือมาก ขณะที่อีกรายถูกทำอนาจาร เจ้าของสำนักโวดูลายมือก็รู้ เด็กเสียซิงตั้งแต่ 13

ความคืบหน้า น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี พา น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ลูกสาว เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.หญิง มริสา ศรีสุยงค์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์

ให้ดำเนินคดีกับ อาก๋ง อายุ 60 ปี เจ้าของตำหนักแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หลังได้กระทำอนาจารลูกสาวในรถกระบะ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา

น.ส.เอ กล่าวว่า อาก๋งพยายามถอดเสื้อผ้าและแก้กางเกงลูกสาว รวมถึงจะให้ลูกทำออรัลเซ็กซ์ต่อหน้าเพื่อนสาวที่นั่งรถมาด้วยกันทั้งหมด 3 คน โดยที่เพื่อนสาวคนนี้เคยเล่าว่า ถูกอาก๋งข่มขืนมาแล้ว 3 ครั้งในลักษณะเดียวกัน เมื่อไปเล่าให้แม่ฟัง แม่กลับไม่เชื่อแถมยังโดนด่า เนื่องจากแม่ของเด็กเคารพนับถืออาก๋งมาก และไม่กล้ากล่าวร้ายอาจารย์ที่นับถือ

ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม อาก๋ง ถึงเรื่องดังกล่าว โดยเจ้าตัวเล่าผ่านโทรศัพท์ว่า เรื่องของเรื่องตนเป็นอาจารย์ รู้จักเด็กทั้งสองคน ถ้าให้พูดตรง ๆ เด็กที่ไปแจ้งความเขาเสียสาวตั้งแต่อายุ 13 ปี เพราะดูลายมือแล้วรู้ทันที ซึ่งเด็กก็ยอมรับ

หลังจากตนทักไปว่ามีกาลกิณี พร้อมกำชับเด็กว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร หากผู้ชายรู้เขาจะไม่เอาเราไปเป็นคู่ แต่ถ้าจะแก้กาลกิณีให้โทรมาหา ส่วนการแก้กาลกิณีเด็กทั้ง 2 จะต้องไปทำพิธีลงทอง ซึ่งต้องทำพิธีกลางโล่งแจ้ง ในพิธีจะต้องเปลือย ซึ่งหากลงกลางแจ้งอาจเป็นเรื่องที่ไม่ดี จึงลงในรถซึ่งสะดวกกว่า ไม่มีใครเห็น แต่ไม่ได้ทำตามลำพังสองต่อสอง เพราะตอนนั้นมีเด็กอยู่ 2 คน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ได้ทำอะไรเด็กใช่หรือไม่ อาก๋ง กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้ทำอะไรเด็กเกินเลย 100 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าได้มีการเปิดเสื้อให้เห็นเต้าหน้าอกทั้งสอง จึงจะสามารถลงแผ่นทองได้ ซึ่งมีความจำเป็นมาก เพราะเด็กตกกาลกิณี

ส่วนลูกสาวของลูกศิษย์ ที่อ้างว่าถูกตนล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่องได้ให้แม่เด็กพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ผลออกมาว่าเด็กยังบริสุทธิ์ ไม่เคยถูกล่วงละเมิดแต่อย่างใด ซึ่งถ้าพบหลักฐานตนก็พร้อมรับโทษ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน