ศธ. โละแจกแท็บเล็ต เปลี่ยนเป็นโน้ตบุ๊ก ครู-น.ร. ล็อตแรกเริ่มปี’67 ไม่ปูพรมเน้นวัยเหมาะสม ‘สุรศักดิ์’ มั่นใจ มีประโยชน์มากกว่า
16 พ.ย. 66 – ที่จังหวัดน่าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ
โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุวงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้การต้อนรับ
นายสุรศักดิ์ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งส่า รู้สึกยินดีที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้มอบหมายให้ตนกำกับดูแลสพฐ. ซึ่งภาพรวมอยากให้การทำงานเกิดความร่วมมือในการจัดการศึกษาทั้งผู้บริหาร ครูผู้สอน บุคลากร ทางการศึกษา โดยมีแนวคิดในการจัดการศึกษาที่สําคัญ 2 ประการ คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ส่วนนโยบาย จะแบ่งเป็น นโยบายที่เน้นหนัก ในการทํางาน และนโยบายที่ต้องเร่งดําเนินการ
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายที่เน้นหนักในการทำงาน คือ ลดภาระครู และบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน 1. ปรับวิทยะฐานะ ซึ่งว่าที่ร้อยตรีธนุ ก็ได้มีแนวคิด ให้ครูเลือกประเมินได้ตามความถนัด
โดย รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย เพื่อนำปัญหาและอุปสรรคที่ได้รับการสะท้อนจากการประเมินวิทยะฐานะมาปรับแก้ ทั้งนี้การประเมินวิทยะฐานะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครูมีรายได้เพิ่ม ซึ่งถือเป็นความตั้งใจ ของรัฐมนตรีว่าการศธ.
2. นโยบายครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น ซึ่งอยากทำให้เกิดผลมากที่สุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างปรับแก้ระเบียบ และจัดทำระบบเพิ่มเติม เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้คืนถิ่น โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ. )ได้จัดทำระบบแมชชิ่ง ผ่านแอพพลิเคชัน จับคู่ครูที่จะแลกพื้นที่กัน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว
ขณะที่ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ก็จะมีการปรับระเบียบเพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้บรรจุแต่งตั้งในภูมิลำเนาของตัวเอง
3. การแก้ปัญหาหนี้สินครู แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำมาหลายรัฐบาล ดังนั้นตนจึงนำข้อมูลการแก้ปัญหาหนี้สินครูที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการศธ.ได้ทำไว้ ทำให้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ และจะต่อยอดการทำงานจากคณะกรรมการชุดเดิมเรื่องนี้คงไม่ทำได้สำเร็จในคราวเดียว แต่จะเร่งเจรจาลดดอกเบี้ย แยกกลุ่มครูที่เป็นหนี้ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เบื้องต้นจะไปเจรจากับสถาบันการเงิน ที่เคยทำโครงการช่วยเหลือครูที่จะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้ ให้ดำเนินการต่อเนื่อง
และ 4. จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ ด้วยการสนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยจัดการเรียนการสอนต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์ รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจํานวนครูผู้สอน
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการคือ ลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง 1. Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เรียนฟรี มีงานทํา “ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลด ความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาจัดหาอุปกรณ์ 1นักเรียน 1 อุปกรณ์
ผมไม่อยากใช้คำว่า แท็บเล็ต เพราะแนวโน้วจะปรับเป็น 1 นักเรียน 1 โน้ตบุ๊ก เพื่อให้สามารถใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม และเรื่องนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้แถลงนโยบาย 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต ต่อรัฐสภาฯ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ แต่อาจจะไม่ใช่แท็บเล็ตแล้ว แนวโน้มจะเปลี่ยนมาเป็น 1 นักเรียน 1 แล็บท็อป ทั้งนี้การจะดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ จะต้องมีการจัดทำคอนเทนต์ ทั้งนี้ การแจก ก็จะต้องพิจารณาว่า จะแจกช่วงอายุใดก่อน โดยจะต้องดูความเหมาะสม
“จากการพูดคุยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นตรงกันว่า การแจกแล็บท็อปน่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า ทั้งการเรียนการสอน และการใช้ประโยชน์ของนักเรียน โดยการแจกจะดูความเหมาะสม อาจจะเป็นมัธยาศึกษาตอนต้น เพราะหากแจกให้เด็กเล็กเกินไปอาจจะทำให้มีปัญหา เพราะการปล่อยให้เด็กอยู่กับแท็บเล็ตหรือโน้ตบุ๊กเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้สมาธิสั้น
ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องทำให้เกิดการเท่าเทียม และจะเป็นลักษณะการเช่าเครื่องโน้ตบุ๊ก ที่ต้องมาพร้อมกับคู่สัญญาอินเตอร์เน็ตไวไฟ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตามการปรับแก้จากแท็บเล็ตเป็นแล็บท็อป เชื่อว่านายกฯ คงไม่ติดใจ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยจะแจกทั้งครูและนักเรียน
ส่วนงบประมาณ อยู่ระหว่างการพูดคุย จะเป็นการเช่า เพราะสินค้าเหล่านี้จะตกรุ่นเร็ว คาดว่าจะใช้งบพอสมควร แต่ศธ. จะทำให้เห็นว่า จะเช่าในราคาที่เหมาะสม ในสเป็กที่สูง สำหรับงบในส่วนแรกจะพัฒนแพลตฟอร์ม ส่วนการเช่าเครื่องจะใช้งบฯ ปี2567 แจกในกลุ่มเฉพาะเพราะงบประมาณที่จำกัด และขยายกว้างขึ้นในปี2568” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน สถานประกอบการให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษา โดยให้ค่าตอบแทน ที่เหมาะสมในระหว่างการเรียนหรือฝึกอาชีพ รวมทั้งนําแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติมาผสมผสานการเรียนการสอนแบบเดิมในห้องเรียนกับการเรียนการสอนออนไลน์ (Hybrid Education)
ผู้เรียนจะมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน และขยายการเรียนรู้ไปถึงประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศ ให้มีโอกาส ทางการศึกษา เข้าถึงเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพ ตลอดจนพัฒนาการศึกษา ผ่านระบบการ สะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือเครดิตแบงก์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชน ได้เรียนและทํางานไปในเวลาเดียวกัน
2. นโยบาย 1 อําเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ด้วยการจัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบ อย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอําเภอหรือเขตพื้นที่การศึกษา โดยต่อไปนี้จะทำทุกมิติให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพจริงๆ โดยจะต้องมีคุณภาพตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู มีการประเมิน และส่งเสริมความก้าวหน้า ในการดำรงตำแหน่งในโรงเรียนเหล่านั้นเป็นพิเศษ
3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ด้วยการพัฒนาและปรับปรุง หลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับ การศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสมและจําเป็นต่อการดํารงชีวิตและมีหลักสูตรที่ตอบสนอง ต่อความสนใจและความต้องการของผู้เรียน
4. การจัดทําระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ผู้เรียนสามารถ เรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ด้วยการนําหน่วยกิตที่สะสมมา ใช้เทียบคุณวุฒิ รับรองมาตรฐานวิชาชีพเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ได้ในระหว่างที่กําลังศึกษาอยู่ในระบบ
5. การจัดทําระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่ มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ด้วยการจัดทําระบบการเทียบเคียง หรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ และ 6. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทํา (Learn to Earn) ด้วยการจัดการอาชีวศึกษา ระดับวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
“อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้มีข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ ให้ผู้บริหารทุกภาคส่วนในสังกัด นํานโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการศธ. สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดําเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
เช่น การบรรจุ แต่งตั้งโยกย้าย เน้นย้ํา ห้ามซื้อ-ขายตําแหน่งห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน และต้องจัดซื้อจัดจ้าง วัสดุครัภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นต้น” รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าว