เกษตรกร โอด รัฐบาลเตรียมเก็บ ‘ภาษีไม้ยืนต้น’ โวยแค่นี้ก็แย่อยู่แล้ว เหตุปัจจุบันเสียภาษีที่ดินทำการเกษตร และสิ่งปลูกสร้างอยู่แล้ว

ภายหลังจากที่ กระทรวงการคลัง และ กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าในเรตอัตราค่าภาษีที่แตกต่างกัน ส่งผลให้นายทุนที่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า หันมาปลูกพืชการเกษตรเพื่อหวังลดภาษีโดยไม่ได้มีการดูแลและไม่หวังผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างจากเกษตรกรรายย่อย ที่ปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งพืชล้มลุก และไม้ยืนต้น เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจเป็นอาชีพ

ต่อมาภาครัฐได้มีการกำหนดอัตราจำนวนการปลูกพืชต่อไร่ เพื่อป้องกันกลุ่มนายทุนปลูกพืชผลเพื่อหวังเลี่ยงภาษี อีกทั้งยังมีแนวนโยบายในการจัดเก็บภาษีไม้ยืนต้น ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรตัวจริง ผู้ประกอบอาชีพปลูกพืชไม้ยืนต้นโดยตรงอย่าง มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน และไม้ยืนต้นอื่น ๆ

นางวันเพ็ญ มหาสอน อายุ 54 ปี เกษตรกร อ.อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพปลูกพืชทำการเกษตรหลายอย่าง ไม่ว่าจะทุเรียน ปาล์มน้ำมัน สับปะรด ว่านหางจระเข้ โดยปลูกทุเรียน 170 ต้น ปาล์มน้ำมัน 500 กว่าต้น

ที่ผ่านมาตนเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงภาษีที่ดินทำการเกษตรกับ อบต. ทุกปี โดยยังไม่ทราบข่าวเกี่ยวกับภาครัฐจะมีนโยบายเกี่ยวกับการเก็บภาษีไม้ยืนต้นเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ที่ตนอยู่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร ทำให้ไม่ค่อยได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารนัก

หากภาครัฐจะมีการจัดเก็บภาษีไม้ยืนต้นจริง ตนไม่เห็นด้วย เนื่องจากปัจจุบันเสียภาษีที่ดินทำการเกษตร และสิ่งปลูกสร้างอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากต้องเสียภาษีไม้ยืนต้นอีกคงไม่ไหว แค่นี้ก็แย่อยู่แล้ว อีกทั้งทุกวันนี้ราคาผลผลิตทางการเกษตรมีแต่ตกต่ำไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ต้นทุนการผลิตมีแต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ย ยา สารเคมี และ น้ำมัน อยากให้ภาครัฐหันมาดูแลเกษตรกรบ้าง ช่วยทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรสูงขึ้นกว่าเดิมปรับให้สมดุลกับต้นทุนการผลิต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับนโยบายที่ภาครัฐจะมีการเก็บภาษีไม้ยืนต้นนั้น พบว่าเกษตรกรหลายรายส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยทราบเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะภาครัฐขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง รวมไปถึงพื้นที่ที่เกษตรกรอาศัยอยู่ในบางพื้นที่ยังขาดช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ทั่วถึงไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ที่เกษตรกรอาศัยอยู่ ซึ่งเรื่องนี้มองว่าภาครัฐต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนออกประกาศใช้กฎหมายนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน