ด่ากันลั่น แม่-ลูก บุกร้านกาแฟสวดยับคู่กรณี โดนวิจารณ์สนั่น แฉอีกมุม เปิดปมบาดหมาง 8 เดือนก่อน ทำให้ลุงถึงขั้นตรอมใจตาย หลังเจอโพสต์ในเฟซบุ๊ก
วันที่ 1 ธ.ค.2566 จากกรณีเพจกลุ่ม “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” ได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดที่ลูกเพจส่งมาร้องทุกข์ โดยมีข้อความว่า “เจอเป็นด่า สมาชิกเพจ กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่ สุดทนร้องเพจโดนด่า ข่มขู่จะทำร้ายมา กว่า 8 เดือน เจอตรงไหนด่าตรงนั้นไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ล่าสุด 14 พ.ย.2566 รวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี สมาชิกเพจฯ ร้องทุกข์ถูกด่ามานาน ทั้งรำคาญและหวาดระแวงเกรงจะโดนทำร้ายเพราะมีการข่มขู่ สาเหตุเกิดจากการโพสต์เฟซบุ๊ก เหตุการณ์เกิดที่ บ้านทรงธรรม ม.4 ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร”

ด่ากันลั่น แม่-ลูก บุกร้านกาแฟสวดยับคู่กรณี โดนวิจารณ์สนั่น แฉอีกมุม เปิดปมบาดหมาง 8 เดือนก่อน ทำให้ลุงถึงขั้นตรอมใจตาย
โดยเหตุการณ์ในคลิปจากกล้องวงจรปิด เกิดขึ้นช่วงเวลา 07.46 น.ของวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการด่าทอกันระหว่างหญิง 2 คน ที่ขับรถจักรยานยนต์มาที่ร้านขายกาแฟแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้าน โดยหญิงอายุ 40-50 ปี นั่งรอซื้อของภายในร้าน เมื่อหญิง 2 คนที่ขับรถจักรยานยนต์มาถึงก็เริ่มมีการตะโกนด่ากันอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 นาที ใช้คำพูดหยาบคายโต้เถียงกันไปมาว่าใครด่าใครก่อน
โดยมีการท้าทายกันต่าง ๆ นานา และท้าให้ไปแจ้งความกับตำรวจ โดยหญิงเสื้อสีน้ำตาลที่ถูกด่าได้เดินเข้าไปหลบภายในร้านกาแฟ และหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปหญิง 2 แม่ลูก ฝั่งตรงข้ามที่กำลังด่าตนเอง หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าของคลิปได้นำหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.ทรงธรรม พร้อมนำเรื่องราวร้องทุกข์มายังเพจกำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เพื่อพบกับ 2 แม่ลูกที่ขับรถจักรยานยนต์ไปจอดด่าภายในร้านกาแฟ คือ นางสุราวรรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี แม่ และ น.ส.ดวงเนตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ลูกสาว เพื่อถามเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
นางสุราวรรณ์ ผู้เป็นแม่ที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับลูกสาว กล่าวว่า เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนและลูกสาวได้ไปส่งหลานที่หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่ง โดยหลานชายอายุ 3 ขวบ ได้ร้องไห้งอแงไม่ยอมลงรถและเข้าไปเรียน ตนจึงดุหลานว่า “ลงรถสักที เดี๋ยวจะซัดสะไอ้นี้” พอเดินลงไปส่งหลานในศูนย์เด็กเล็ก เพื่อนผู้ปกครองก็ถามว่าเป็นไรกัน ตนเลยบอกว่าหลานร้องงอแงเลยดุจนเสียงดัง
นางสุราวรรณ์ กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้น นางเมตตา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นคู่กรณี ได้อยู่ใกล้กัน และกำลังจะสตาร์ทรถจักรยานยนต์ออกไป โดยได้ตะโกนด่าลอย ๆ ว่า “กวนส้นตี อีสั_” หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ต.ทรงธรรม โดยตนและลูกก็ได้ขับรถตามไปเพื่อจะถามว่าด่าใคร
นางสุราวรรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อไปถึงนางเมตตาทีแรกไม่ยอมรับว่าด่าตน สักพักก็ยอมรับว่าด่าจริง แล้วจะทำไม หลังจากนั้นก็ได้โต้เถียงกันอยู่ 5-10 นาที ระหว่างนั้นฝั่งของนางเมตตาก็ได้ถ่ายคลิปไว้ด้วย และฝั่งของตนก็ถ่ายไว้เหมือนกันแต่ลบไปแล้ว ไม่คิดว่าจะมีกระแสดังในโซเชียลขนาดนี้ โดยภายในร้านมีกล้องวงจรปิดอยู่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ ต่อมาก็ทราบว่านางเมตตาเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ทรงธรรม ตนและลูกสาว
นางสุราวรรณ์ กล่าวด้วยว่า ปมเหตุความบาดหมางเกิดขึ้นเมื่อ 8 เดือนก่อน นางเมตตาได้โพสต์ แฟซบุ๊กอ้างว่าพี่ชายของตนไปตระเวนขโมยหัวมันของชาวบ้านในพื้นที่ และขโมยของนางเมตตาด้วย ต่อมาเมื่อพี่ชายของตนเห็นโพสต์ดังกล่าวก็รู้สึกเสียใจจนตรอมใจตายภายในเวลาเพียง 3 วัน โดยพี่ชายของตนเป็นผู้บริสุทธิ์
นางสุราวรรณ์ กล่าวว่า ตนมองว่า นางเมตตาเป็นสาเหตุทำให้คนในครอบครัวของตนเสียชีวิต โดยอยากให้สังคมมอง 2 ด้าน อย่าดูแต่คลิปและโทษตนกับลูกว่าเป็นผู้ก่อเหตุฝ่ายเดียว และในวันอังคารหน้าตนจะเข้าพบร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
ด้าน น.ส.ดวงเนตร กล่าวว่า ตนและแม่ได้ไปส่งลูกที่โรงเรียนในช่วงเช้า ขณะนั้นนางเมตตาได้ตะโกนด่าแม่ของตนก่อน ตนก็ด่าย้อนกลับไป ซึ่งก็ได้บอกกับแม่ว่ามันด่าแม่ จากนั้นก็ได้ขับรถไปที่ร้านกาแฟ เพื่อไปถามว่าด่าแม่ทำไม ช่วงแรกไม่ยอมรับว่าด่าแม่ตน จนโต้เถียงไปมาและนางเมตตาเดินเข้าไปในร้าน จึงได้ยอมรับว่าก็แค่ด่ากวนส้นตีน แล้วจะทำไม
น.ส.ดวงเนตร กล่าวต่อว่า โดยแท้จริงแล้วมีปัญหากันก่อนหน้านั้นมาก่อน ซึ่งนางเมตตาได้นำรูปรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของลุงไปโพสต์เฟชบุ๊กว่า “ลุงตระเวนหาขโมยเก็บมันตามไร่ของชาวบ้าน” ซึ่งแท้ที่จริงแล้วลุงไม่ได้ทำอย่างที่นางเมตตาโพสต์ จึงทำให้ลุงเครียดจนเข้าโรงพยาบาล และตรอมใจตาย
น.ส.ดวงเนตร กล่าวอีกว่า โดยตำรวจก็ให้นางเมตตาไปขอโทษขอขมาลุงของตนก่อนที่จะเสียชีวิตแต่ก็ไม่ไป ซึ่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกผิดอะไร ซึ่งสามีของนางเมตตาบอกว่า หากเมียตนผิดจริง ตำรวจก็ต้องเอาเรื่องได้ ซึ่งก็เจอกันที่ตลาดก็ด่ากันไป 1 รอบ โดยรอบที่ 2 หากนางเมตตาไม่เริ่มก่อนก็คงไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น อยากฝากสังคมว่า อยากให้มอง 2 ด้านเสมอ เพราะถ้าดูจากในคลิปก็จะรู้ความจริงเพียงด้านเดียว หากไม่เริ่มก่อนก็คงไม่มีเหตุการณ์วันนั้น
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพักของนางเมตตา โดยบรรยากาศที่บ้านปิดเงียบไม่มีใครอยู่ ผู้สื่อข่าวพยามติดต่อก็ไม่สามารถติดต่อได้


