“เขต” อดีตเศรษฐี 40 ล้าน มือเผารถ 14 คัน คัมแบ็ก โผล่ตระเวนลักเล็กขโมยน้อย ทำชาวบ้านเดือดร้อน เจ้าตัว เปิดใจ ขอโอกาสทำงานสุจริต
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “รบกวนสมาชิกกลุ่มด้วยครับ ช่วงเวลาประมาณ 11.30-12.00 น. ท่านไหนพบเจอชายลักษณะคล้ายในคลิป ได้มาขโมยบันไดอลูมิเนียมไป 3 ตัว แถววัดโป่งตามุข มุ่งหน้าไปทางสี่แยกมาบโป่ง รบกวนช่วยแจ้งเบาะแสให้หน่อยครับ เผื่อเอาไปขายที่ไหนสักแห่ง อยากได้บันไดคืนครับ รายละเอียดเพิ่มเติมถามในคอมเมนต์ได้เลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ธ.ค.2566 ที่หมู่ 1 ต.หนองหงส์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี นายพนาวัล รื่นรมย์ ชาวบ้านในพื้นที่และเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ จุดที่ 75 เขตหนองหงส์ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุในคลิปชื่อ “เขต” เคยมีเงินถึง 40 ล้าน มีรถสปอร์ตหรูขับเพราะขายที่ดินได้ จากนั้นนายเขตได้ใช้จ่ายเรื่องส่วนตัวจนเงินหมด มีปัญหาเรื่องครอบครัว และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนถูกดำเนินคดี
นายพนาวัล กล่าวต่อว่า อีกทั้ง ยังเคยก่อเหตุเผารถ 14 คันวอดเสียหายในเขตพื้นที่ ต.หนองตำลึง อ.พานทอง และถูกดำเนินคดีจนพ้นโทษไปแล้ว และล่าสุดนายเขตได้ตระเวนไปขโมยของเล็ก ๆ น้อย ๆ จนชาวบ้านเห็นจนชินตา พอแจ้งความดำเนินคดีตำรวจมาจับแต่ก็ต้องปล่อยเพราะทำอะไรไม่ได้เนื่องจากนายเขตเป็นผู้ป่วยจิตเวช ยังให้ยาและรักษาตัวอยู่
นายพนาวัล กล่าวอีกว่า แต่นายเขตไม่เคยทะเลาะหรือทำร้ายใคร มีบ้างที่ตระเวนขโมยของแค่นั้น แต่ชาวบ้านก็ยังหวาดกลัวว่านายเขตจะคลุ้มคลั่งทำร้ายชาวบ้าน อยากให้ตำรวจเอาตัวไปรักษาบำบัดให้หายดีก่อนดีกว่า
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ขับรถตระเวนไปตามเส้นทางพานทอง-หนองกาน้ำ ม.1 ต.หนองหงส์ อ.พานทอง ได้พบกับ นายวสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี หรือ นายเขต ผู้ก่อเหตุกำลังยกโต๊ะหินอ่อนอยู่ในร้านขายโต๊ะหินอ่อน ผู้สื่อข่าวจึงได้พยายามสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น
นายเขต กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้มาทำงานยกของในร้าน โดยเจ้าของร้านก็จ้างทำงานเป็นรอบ โดยให้รอบละ 100 บาท ถ้ามีงานหลายรอบก็ได้หลายบาท บางวันไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ตนก็จะออกหาเก็บของเก่าขายเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวซื้อน้ำกิน ยอมรับเมื่อก่อนเคยรวยมีเงิน 40 กว่าล้านบาท เพราะขายที่ได้ จากนั้น ก็ได้ซื้อของที่อยากได้และเลี้ยงเพื่อนฝูง
นายเขต กล่าวต่อว่า ตนเป็นคนรักเพื่อน เมื่อ 5 ปีก่อนจำได้ว่าไปก่อเหตุเผารถมายังจำได้ดี แต่ตนก็ถูกดำเนินการตามกฎหมายและพ้นโทษแล้ว ส่วนที่ว่าตนไปขโมยของนั้นเป็นเรื่องเก่า ปัจจุบันตนไม่ได้ออกหาขโมยแล้ว ตนอยากขอโทษกับขอโอกาสสังคมให้ตนได้ทำงานและอยู่ในสังคม ตนไม่ได้กลับไปทำแบบนั้นอีกแล้ว ส่วนเรื่องยาเสพติก็เลิกและไม่เคยไปยุ่งแล้ว
ด้าน นางเฉลียว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี เจ้าของร้านขายโต๊ะหินอ่อน กล่าวว่า ตนเห็นนายเขตเดินไปมาอยู่แถวร้านเป็นประจำ บางวันก็มาขอน้ำขอข้าวกิน ตนเห็นเลยสงสารจึงเรียกให้มาทำงานเพื่อแลกเงิน โดยจะจ้างเป็นเที่ยวให้ค่าแรงเที่ยวละ 100-150 บาท ถ้าวันไหนหลายเที่ยวก็ได้เยอะแล้วแต่งาน
นางเฉลียว กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ให้มาทำประจำ มีงานถึงจะเรียกมาทำ ตนเคยได้ยินชาวบ้านเขาลือกันว่านายเขตเป็นขโมย ชอบลักเล็กขโมยน้อย จากที่ตนได้เห็นก็ยังไม่มีท่าทีและนายเขตก็ไม่เคยขโมยของในร้านเลยสักครั้ง ตนเลยไม่ได้คิดอะไรมาก และก็ไม่เคยไปยุ่งก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวและชีวิตของนายเขต
นายเฉ,ียว กล่าวด้วยว่า เพราะตนจะเรียกใช้งานแค่นั้น เคยมีชาวบ้านมาเตือนให้ระวัง ตนก็คอยสังเกตแต่ก็ไม่มีอะไร มีบ้างบางครั้งที่ตนระแวงว่านายเขตจะอาละวาดคลุ้มคลั่งทำร้าย แต่ทางญาติก็บอกว่ายังรักษาตัวเรื่องจิตเวชอยู่ ตนก็ต้องระวังตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว และยังมีลูกชายช่วยเฝ้าร้านอีกคน




