ป้าสุดช้ำป่วยตัดขา 2 ข้าง เก็บเงินจะใส่ขาเทียม ช็อกโดนเด็กขโมยเกลี้ยง ถูกเย้ยสู้ไปก็แพ้ ไม่ได้เงินกลับไป ทำให้ท้อใจ เพราะทุกอย่างหมดหนทางแล้ว

วันที่ 7 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางหนูราย หรือป้าป๋อง เหมือนสังข์ อายุ 63 ปี ชาวต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ร้องผู้สื่อข่าว หลังได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากป่วยด้วยโรคเบาหวาน แพทย์ตัดขาทั้ง 2 ข้าง โดยข้างแรก ตัดเมื่อปี 2564 และอีกข้างตัดเมื่อปี 2566 เมื่อแผลหายและได้รับติดต่อรับขาเทียม เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เงินและรายได้มีไม่เพียงพอ เลยได้จัดเลี้ยง เพื่อหาเงินเตรียมไปโรงพยาบาลตามหมอนัด ให้ไปใส่ขาเทียมในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ โดยมีเพื่อนบ้านมางานเลี้ยงระดมเงิน จ่ายคนละ 100-200 บาท ได้เงินมา 13,000 บาท เมื่อวันที่ 25 พย.66 พอตกค่ำเงินทั้งหมดที่ได้มาด้วยความหวังจะได้ใส่ขาเทียม เพื่อออกทำงานสร้างรายได้กลับหายเกลี้ยง

ต่อมาป้าป๋องไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา แต่กลับมาช้ำใจอีกรอบ เมื่อพนักงานสอบสวนบอกว่าการเอาผิดคนที่ขโมยนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี ยิ่งทำให้ท้อใจมากขึ้น เพราะไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อจะไปใส่ขาเทียมตามที่แพทย์นัดเอาไว้ จึงร้องผู้สื่อข่าวให้ความช่วยเหลือดังกล่าว

ป้าป๋อง กล่าวด้วยอารมณ์ที่เศร้าและท้อใจสุดๆ เงินที่เพื่อนบ้านช่วยที่ได้มาในวันนั้น เป็นความหวังเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ตนเดินได้ แต่กลับถูกขโมยเกลี้ยง โดยคนที่ขโมยก็รู้ว่าเป็นหลานห่างๆ ในหมู่บ้าน เพราะช่วงเกิดเหตุตอนค่ำไม่กลับบ้าน และหลังจากเงินหายไป เด็กคนนี้ก็ซื้อโทรศัพท์ใหม่ นอนรีสร์อตในคืนถัดไป พร้อมโพสต์ภาพแบงก์ 100 บาทหลายใบวางบนเตียง ตนเชื่อว่านั่นคือเงินที่ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านมา ต่อมาเด็กคนนี้ได้ลบโพสต์ จากนั้นแจ้งตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ พร้อมช้ำใจสุดๆ เมื่อญาติของเด็กที่ขโมยเงินไปนั้นกลับมาพูดเย้ยว่าจะมีเงินไปสู้คดีหรือ ถึงสู้ก็แพ้ และไม่ได้เงินกลับ ทำให้ท้อใจ เพราะทุกอย่างหมดหนทางและมืดมึนไปหมด โดยป้าป๋องยังพูดตัดพ้อ หากไม่มีเงินไปรับขาเทียม ในครั้งนี้คงหมดหวังแล้ว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีจากร้อยเวร เจ้าของคดีว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว หลังจากป้าป๋องมาแจ้งความ แต่ไม่พบพนักงานสอบสวน โดยพบกับ พ.ต.ท.มานิตย์ เอี่ยวสกุล รองผกก.สอบสวน สภ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง โดยให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า คดีดังกล่าวต้องดำเนินคดีอย่างแน่นอน แต่ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ทำให้ช้าหน่อย เนื่องจากการสอบหรือการออกหมายจับ ต้องมีสหวิชาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยพยานหลักฐานทั้งหมด ได้ดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว เพียงแค่รออีกนิด เพราะการดำเนินคดีกับเยาวชน จะต่างไปจากการดำเนินคดีผู้ใหญ่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน