รวบหนุ่ม ใช้ปืนปลอมปล้นร้าน ร่ำไห้สารภาพว่า ไม่มีเงินซื้อข้าวสารเลี้ยงเมียและแม่ยายที่ป่วย ท้าให้ไปถามได้เลย ส่วนที่เสพยาเพราะต้องการควงเวรให้ได้เงินเยอะๆ
วันที่ 8 ธ.ค. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดร้านสะดวกซื้อ สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน ในวันที่ 5 ธ.ค. 66 เวลา 04.40 น. มีรถเก๋งมาจอดด้านข้างแล้วเดินมาภายในร้าน เป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อคลุมแจ็กเก็ตสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีกรม สวมหมวกกันน็อกแบบคลุมศีรษะเต็มใบสีดำ
เมื่อเดินเข้ามาในร้านแล้วแจ้งพนักงานว่าจะขอแลกเงิน 500 บาท พนักงานจึงหยิบเงินขึ้นมาเพื่อจะนับ ระหว่างนั้นคนร้ายได้ชักปืนออกมาจี้ให้ส่งเงินมาพร้อมบอกว่ามีเท่าไรส่งมา จากนั้นคนร้ายรีบออกไปขับรถเก๋งที่จอดสตาร์ทรถรอไว้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
โดยพนักงานสอบสวน สภ.สามกระทาย รับแจ้งว่าเกิดเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรัพย์ที่ได้เป็นเงินสด 900 บาท จึงได้ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.สามกระทาย ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามจับตัวคนร้ายนี้ให้ได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. มี นางสาวมนัสนันท์ อายุ 34 ปี เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ เข้ามาแจ้งความว่าได้มีชายขับรถเก๋งโตโยต้าสีดำ มาจอดที่หน้าบ้านและเดินเข้ามาขโมยนกเขา พร้อมกรงที่แขวนไว้หน้าบ้าน จำนวน 2 ตัว มูลค่า 5,000 บาท หลบหนีไป พร้อมได้นำภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว ตรงกับรถเก๋งคันที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ จึงสืบสวนจนทราบว่ารถคันดังกล่าว ทะเบียน กน.2003 ประจวบฯ ผู้ครอบครองรถชื่อ นายธนาวุธ เทียบถนอม อายุ 24 ปี จึงขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สามารถติดตามพบตัว นายธนาวุธ พักอาศัยอยู่ในบ้าน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับ และเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักพบ ปืนพลาสติก สีเทา 1 กระบอก กางเกงขายาวสีกรมท่า รองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ รถเก๋ง โตโยต้า วีออส จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองประจวบฯ
พร้อมตั้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธปืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำได้ ใช้ยานพาหนะพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ฯ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายธนาวุธ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพด้วยน้ำตาว่า ตนทำงานรับจ้างเป็น รปภ. ของบริษัทแห่งหนึ่งได้ค่าแรงวันละ 350 บาท โดยจะได้รับค่าแรงทุก 15 วัน เมื่อครบกำหนดตนขอเบิกเงินกับบริษัท จำนวน 200 บาท เพื่อที่จะเอาไปซื้อข้าวสาร 5 กิโลกรัม ให้ภรรยากับแม่ยาย ซึ่งเจ็บป่วยไม่สบายอยู่ที่บ้าน เนื่องจากข้าวสารหมด และไม่มีเงินซื้อ จึงได้ขอเบิกเงิน
แต่ทางบริษัทปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าตนหลับเวรยามขณะปฏิบัติหน้าที่ และสั่งพักงาน ตนไม่มีเงินจึงจำใจวางแผนทำทีไปขอแลกเงินร้าน พอสบโอกาสจึงใช้อาวุธปืนพลาสติกไปจี้ปล้นเอาเงินจาก พนักงานเพื่อที่จะนำเงินไปซื้อข้าวสารให้กับครอบครัว และได้เงินไป จำนวน 900 บาท
จากนั้นจึงขับรถหลบหนีไป ถ้าหากไม่เชื่อก็ไปถามภรรยาดูได้ว่าเงินซื้อข้าวสารในบ้านหมดจริงหรือไม่ ส่วนที่ตนเสพยาบ้าก็เพราะต้องการควงเวรทำงานให้ได้เงินมาก ๆ ซึ่งตนไม่ได้ใช้เงินค่าแรงจาก รปภ.ไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่อาศัยรับจ้างไปซื้อยาบ้าให้กับพักพวกแลกกับยา
