ประจวบคีรีขันธ์ คอหวยรุมส่อง ลุ้นเลขเด็ด ธูป-ประทัด พิธีอัญเชิญ เจ้าพ่อม่องล่าย กลับบ้าน ชาวบ้านเชื่อความศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานได้สมหวัง
10 ธ.ค. 66 – ที่สำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย เขตเทศบาล อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์

ร่วมกับ นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก และรูปปั้นเหมือนเจ้าพ่อม่องล่ายขนาดเท่าคนจริง ขึ้นประดิษฐานบริเวณศาลาศาลเจ้าพ่อม่องล่าย
ซึ่งตั้งอยู่ภายในสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย ใกล้กับค่ายลูกเสือ ทางเข้าวนอุทยานเขาตาม่องล่าย ตามโครงการ “ส่งตาม่องล่ายกลับบ้าน” โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองประจวบฯ พร้อมด้วยสมาชิกสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ และชาวบ้านกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านอ่าวน้อย เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพียง

โดยภายในกิจกรรมได้ประกอบพิธีอัญเชิญรูปปั้นหลวงพ่อเปี่ยมจากวัดเกาะหลัก และอัญเชิญรูปปั้นตาม่องล่าย ที่บริเวณศาลาศาลเจ้าภายในสวนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองประจวบฯ ขึ้นประจำรถแห่
จากนั้นได้แห่ขบวนประชาสัมพันธ์ไปตามถนนสละชีพ และถนนทั่วเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ประชาชนชาวอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์รับทราบ และ เข้าร่วมพิธี

ต่อจากนั้นได้แห่ขบวนกลองยาวอัญเชิญหลวงพ่อเปี่ยม และเจ้าพ่อม่องล่าย ไปตามถนนเลียบชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ มุ่งหน้าสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน และเป็นหมู่บ้านเดิมของตาม่องล่าย
โดยมีชาวบ้านในหมู่บ้าน และพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาองค์หลวงพ่อเปี่ยม และ ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อม่องล่าย นำประทัดมาจุดต้อนรับตลอดเส้นทางที่รูปปั้นเจ้าพ่อม่องล่ายผ่าน พร้อมนำอาหารมาเปิดโรงทานแจกจ่ายผู้เข้าร่วมงาน และเข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก

ทั้งนี้ ระหว่างการประกอบพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ รวมไปถึงพิธีเบิกเนตรหลวงพ่อเปี่ยมและเบิกเนตรรูปปั้นเจ้าพ่อม่องล่าย ได้มีหญิงวัยกลางคนซึ่งชาวบ้านระบุว่า เป็นร่างทรงของเจ้าพ่อม่องล่าย มาเกาะขารูปใบหน้าของรูปปั้นเจ้าพ่อม่องล่าย และร้องห่มร้องไห้คล้ายกับเหมือนดีใจที่ได้กลับบ้าน
ซึ่งมีชาวบ้านนำบุหรี่ และสิ่งที่เจ้าพ่อม่องล่ายชื่นชอบมามอบให้กับร่างทรง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของเจ้าพ่อม่องล่ายมาเข้าสิงประทับร่างเพื่อร่วมพิธี

นายชาญวิทย์ เผยว่า ทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับทางเทศบาลเมืองประจวบฯ ทำพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อม่องล่ายกลับบ้าน หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกันกับทางเทศบาลและชาวบ้านในชุมชนว่าสมควรเชิญท่านกลับบ้าน
เนื่องจากสมัยอดีตนายกคนก่อนมีความตั้งใจสร้างศาลเจ้าพ่อม่องล่าย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่บริเวณสวนสาธารณะหน้าเทศบาล แต่ไม่สำเร็จ และไม่มีใครสานต่อ จึงถูกปล่อยปละละเลยไม่มีใครดูแล

ซึ่งเจ้าพ่อม่องล่ายเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านและชาวประมงที่จะมาบนบานศาลกล่าวขอพรโชคลาภก่อนออกทำการประมงในทะเล และส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มาบนบานศาลกล่าวขอจากเจ้าพ่อม่องล่ายก็จะสมหวังเกือบทุกราย รวมถึงขอพรให้ช่วยคุ้มครอง และปัดเป่าภัยมรสุมที่เกิดขึ้นกับชาวประมงจนรอดปลอดภัย
ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุรูปปั้นเจ้าพ่อม่องล่ายขนาดเล็กหายไปหลายเดือนจู่ๆ ก็ถูกนำกลับมาวางคืนที่เดิม ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า คนที่ขโมยไปคงจะเจอดีอะไรสักอย่าง จึงได้นำกลับมาคืนที่เดิม

ส่วนการอัญเชิญหลวงพ่อเปี่ยมจากวัดเกาะหลัก ไปประดิษฐานที่สำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย เนื่องจากหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก เป็นพระเกจิที่ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสศรัทธา และ สำนักสงฆ์เขาตาม่องล่ายเป็นสาขาของวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง
นายกมล เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้สืบเนื่องมาจากทางเทศบาลเห็นชอบด้วยกับทางสภาวัฒนธรรมจังหวัด เกี่ยวกับการอัญเชิญเจ้าพ่อม่องล่ายกลับบ้าน เนื่องจากทางเทศบาลมีแผนที่จะปรับปรุงส่วนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองประจวบฯใหม่ เนื่องจากมีความชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

จึงเห็นสมควรเคลื่อนย้ายเจ้าพ่อม่องล่าย ส่งกลับคืนบ้านเดิมของท่าน แต่เดิมรูปปั้นเจ้าพ่อม่องล่ายถูกสร้างขึ้นไว้ที่ศาลในสวนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองประจวบฯ สมัยอดีตนายกคนก่อน เพื่อสร้างความสะดวกให้ชาวบ้านและชาวประมงได้สักการะกราบไหว้ตามความเชื่อก่อนออกทะเล
เนื่องจากอดีตที่ผ่านมา สะพานสราญวิถี เคยเป็นสะพานปลาท่าเทียบเรืออ่าวประจวบฯ เพื่อใช้ขนถ่ายสินค้าประมง ต่อมาสะพานปลาอ่าวประจวบฯ ได้กลายมาเป็นสะพานเพื่อการท่องเที่ยว และเปลี่ยนชื่อเป็นสะพานสราญวิถีในปัจจุบัน จึงถูกปล่อยปละละเลย และไม่ได้มีการดูแลเพราะไม่มีชาวประมงมาใช้ท่าเทียบเรือสะพานปลาแห่งนี้อีกแล้ว
นายจำเริญ นาคนงนุช อายุ 58 ปี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านชุมชนม่องล่าย เล่าว่า เจ้าพ่อม่องล่ายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน และชาวประมงม่องล่าย อ่าวน้อย หรือประจวบฯ ให้ความเคารพนับถือเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ เวลาเดือดร้อนก็จะมาพึ่งพาบารมีบนบานสานกล่าวจุดธูปอธิษฐานขอให้เจ้าพ่อม่องล่ายช่วย ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ หน้าที่การงาน การครองเรือน และสิ่งของที่สูญหายไป
ส่วนใหญ่เมื่อขอให้เจ้าพ่อม่องล่ายช่วยก็จะประสบผลสำเร็จ เพราะเจ้าพ่อม่องล่ายอยู่คู่กับชุมชนม่องล่ายมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว และเวลาชาวประมงออกหาปลาในทะเล ถ้าเป็นสมัยก่อนเจ้าพ่อม่องล่ายก็จะดลจิตดลใจ หรือทำให้ไม่สามารถออกทะเลได้
แต่ถ้าออกทะเลไปหาปลาแล้ว บนบานขอให้เจ้าพ่อม่องล่ายช่วยให้ได้ปลาเยอะๆ และประสบแต่ความโชคดี เมื่อสมประสงค์ก็จะนำกัญชา หรือข้าวเหนียวเปียกแดงมาแก้บน แต่ปัจจุบันใช้วิธีการดูพยากรณ์ Application ก่อนออกทะเล และยกมือไหว้เหนือหัวอธิษฐานขอพรแทน เมื่อสมหวังถึงมาแก้บน
นายบุญส่ง แสงเจริญศรี อายุ 48 ปี ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวน้อย เล่าประสบการณ์ชีวิตของตนเองว่า เจ้าพ่อม่องล่ายนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ตนเองเคยขอพรให้ช่วยหลังจากเรือประสบอุบัติเหตุถูกชนจนพังเสียหาย และคู่กรณีพยายามจะฆ่าตนเองให้ตาย เพื่อปิดปากจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ
ตนจึงได้กระโดดเรือลงน้ำหนีตาย และอธิษฐานจิตขอให้เจ้าพ่อม่องล่ายช่วย ขอให้ตนแคล้วคลาดปลอดภัยครั้งนี้ แล้วลูกก็จะนำประทัดมาจุดแก้บน ซึ่งก็ได้สมดังความปรารถนา คนร้ายซึ่งเป็นคู่กรณีไม่สามารถมองเห็นตนได้ เหมือนเจ้าพ่อช่วยบังตาไว้ให้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากกรณี กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ได้มีชาวบ้าน และบรรดาคอหวยต่างๆ ไม่พลาดที่จะพากันทยอยเดินทางมาจับจ้องสายตาอย่างไม่กระพริบ เพื่อแสวงหาเลขเด็ดจากธูปที่จุดอธิษฐานจิต ในกระถางธูปในพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อม่องล่ายกลับบ้าน รวมไปถึงเลขจากหัวประทัดที่ชาวบ้านจุดต้อนรับเจ้าพ่อม่องล่ายตลอดระยะทาง