แจ้ง 3 ข้อหา นักท่องเที่ยวเมาแล้วขับชนคนดับ 1 เจ็บ 2 ราย วัดแอลกอฮอล์พุ่ง 121 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อ้างไม่ชินทาง เดินสายเที่ยวผับหลายแห่งจนเมา
กรณีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนเชียงใหม่ ขับโดยชาวต่างชาติ พุ่งชนคนงานวางสายเคเบิลลงดินบนถนนคูเมืองรอบนอก ถนนคชสาร อ.เมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ นายท้าวขันทะเล อายุ 26 ปี คนงานสัญชาติลาว เสียชีวิตคาที่ 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ น.ส.ดลนภา อายุ 28 ปี และนายไตรรัตน์ อายุ 22 ปี เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.55 น. วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.66 หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ นำตัวคนขับรถชาวต่างชาติ ชื่อ นายวิสดอม โอคเยเร่ อายุ 26 ปี นักท่องเที่ยวชาวกาน่า เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ สูงกว่า 121 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำและดำเนินคดี
สอบสวนทราบว่านักท่องเที่ยวรายนี้มาท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว และเช่ารถยนต์ขับเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ขณะที่ก่อนเกิดเหตุตระเวนไปนั่งดื่มตามผับต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่กับเพื่อน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พัก แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน
พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า เบื้องต้นนายวิสดอม ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ 1.เมาแล้วขับ 2 ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และ 3.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาล จ.เชียงใหม่แล้วเมื่อช่วงสายวันนี้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ เกรงว่าจะหลบหนี
พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่อยากเจาะจงว่า นักท่องเที่ยวไปใช้บริการสถานบันเทิงที่ขยายเปิดถึงตี 4 เป็นวันแรกหรือไม่ ขณะที่การสอบปากคำนักท่องเที่ยว ก็ยอมรับว่าตระเวนไปเที่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งและดื่มแฮลกอฮอล์จนมึนเมาจริง และไม่ชินเส้นกับถนนรอบคูเมืองที่กำลังขุดถนนเพื่อวางสายเคเบิ้ลลงใต้ดินอยู่หลายจุด
“ต้องยอมรับว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในฐานะเจ้าหน้าที่พยายามหามาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ ทั้งการตั้งจัดตรวจ จุดสกัด โดยหลังจากนี้จะหารือกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และผู้รับเหมา ให้เพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณถนนที่มีคนงานวางสายเคเบิ้ลใต้ดินให้เห็นชัดเจน ซึ่งมีอยู่หลายจุดรอบคูเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งวางกรวยและแบริเออร์ไกลออกมาจากจุดก่อสร้างให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำขึ้นอีก” พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าว




