ตรัง เครือข่ายผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกทั่วประเทศ บุกเข้าเมืองกรุง ยื่น 1.5 แสนรายชื่อ ถึง “พัชรวาท” ปลดล็อกพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เปิดเสรีการเลี้ยง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
20 ธ.ค. 66 – เครือข่ายนกกรงหัวจุกจากแต่ละจังหวัดในภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดตรัง ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นเสนอรายชื่อจำนวนกว่า 150,000 รายชื่อ ที่ได้จากการล่ารายชื่อผู้ชื่นชอบนกกรงหัวจุกทั่วประเทศ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้ปลดล็อกนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อจะได้มีเสรีในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก เนื่องจากมองว่าปัจจุบันการเลี้ยงนกกรงหัวจุกยังติดล็อกประกาศกระทรวง ทำให้ยุ่งยากในการเลี้ยง เพราะต้องขออนุญาตครอบครอง ขออนุญาตการเพาะฟัก และขออนุญาตการจำหน่าย
ทั้งนี้ ในส่วนของสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกในพื้นที่จังหวัดตรัง ยังคงมีนัดแข่งขันเสียงนกกรงหัวจุก ซึ่งจะมีเครือข่ายผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกนำนกไปร่วมแข่งขันกันคึกคักทุกสนาม โดยผู้เลี้ยง บอกว่า อยากให้รัฐเร่งปลดล็อกนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ขณะนี้คนเลี้ยงมีเกือบทุกบ้าน และไม่ได้ไปเอานกจากธรรมชาติมาแข่งขัน แต่เอานกมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงของเพื่อนฝูงที่มีจำนวนมากในทุกจังหวัด รวมทั้งในจังหวัดตรังก็มีหลายฟาร์ม

นายมานิตย์ อินทองปาน ประธานชมรมนกกรงแฟนซีจังหวัดตรัง และนายดุสิต พรหมอ่อน เกษตรกรเพาะเลี้ยงนกสายแข่งและแฟนซี บอกว่า ขณะนี้ตัวแทนเครือข่ายผู้เลี้ยงนกภาคใต้ และทั่วประเทศ ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แล้ว เพื่อเข้าพบ “บิ๊กป๊อด”พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพื่อนำรายชื่อกว่า 150,000 รายชื่อ เสนอให้มีการปลดล็อกนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง และให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ที่ประชาชนสามารถเลี้ยงได้โดยไม่ผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า สำหรับจังหวัดตรัง รวมรวมได้กว่า 2,500 รายชื่อ

สำหรับรายชื่อจำนวน 1.5 แสนรายชื่อ ที่เครือข่ายผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกร่วมกันล่ารายชื่อ และรวบรวมไปเสนอรมว.ทรัพยากรฯ นั้น เป็นไปตามข้อเสนอแนะครั้งแรกที่เคยเข้าไปยื่นหนังสือที่รัฐสภาก่อนหน้านี้
โดยมีแนะนำให้ผู้เรียกร้องกลับไปรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนมาจำนวน 1 แสนรายชื่อ เพื่อได้เห็นพลังว่ามีผู้เลี้ยงนกมีความต้องการที่จะปลดล็อกนกกรงหัวจุกจริงๆ เพื่อจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้สามารถเลี้ยงได้แพร่หลายถูกต้องตามกฎหมาย สร้างรายได้ให้ครอบครัว เพื่อยืนยันว่าเป็นความต้องการจริงๆ โดยใช้เวลา 1 เดือนเต็มก็ได้รายชื่อครบ

ทั้งนี้ หลังจากยื่นหนังสือในครั้งนี้แล้ว หากไม่เป็นผล ก็พร้อมจะเดินหน้าเรียกร้องต่อไป แต่เท่าที่สอบถามกับ ส.ส.หลายๆ ท่าน ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล บอกว่า พร้อมจะสนับสนุน และอาจนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย
เพราะขณะนี้นกกรงหัวจุกก็มีการเพาะเลี้ยงได้ทั่วไป ไม่มีใครนำนกจากธรรมชาติมาเลี้ยง เพราะฝึกยาก และไม่ทราบสายพันธุ์ แต่นกจากการเพาะเลี้ยงเติบโตมาจากมนุษย์ มีความคุ้นชิน มีความสามารถในการร้องเล่น ดังนั้น ในการที่จะนำไปแข่งขัน จึงเป็นนิยมของผู้เลี้ยงนก และนกที่ชนะการแข่งขันทั้งหมด ล้วนเป็นนกที่ได้จากการเพาะเลี้ยง