วงจรปิดนาทีชีวิต ทหารขับกระบะ เสียหลักพุ่งชนปิกอัพ พังเละทั้ง 2 คัน ตรวจแอลกอฮอล์ จ่าสิบเอก ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.66 พ.ต.ท.เชษฐา อ่อนสุด สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ มีผู้ติดภายในบนถนนสมุทรสงคราม-อัมพวา ขาเข้าแม่กลอง ม.10 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ สภาพด้านหน้าพังยับ มีจ่าสิบเอกนพพร คงกระพัน อายุ 52 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคู่กรณีคือรถกระบะสีเลือดหมู สภาพฝั่งข้างคนขับพังเสียหายยับ มีนายไพฑูรย์ ศรีบุรินทร์ อายุ 58 ปี ชาว ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก กระดูกขาซ้ายแตก ถูกนำตัวส่ง รพ.มหาชัยแม่กลอง
และมีผู้ติดภายในอีก 1 รายคือ น.ส.ภัสสร เทียมบุญส่ง อายุ 57 ปี ชาว ต.บ้านปรก อ.เมืองสมุทรสงคราม บาดเจ็บสาหัส ปวดสะโพก และขาทั้ง 2 ข้าง ขยับไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเร่งนำ น.ส.ภัสสร ออกมานำส่ง รพ.มหาชัยแม่กลองได้
จ่าสิบเอก นพพร คนขับรถปิกอัพคันก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกระบะคันเกิดเหตุมาจาก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มุ่งหน้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มาถึงที่เกิดเหตุตนถูกรถเก๋งตัดหน้า จึงตกใจหักหลบเหยียบพลาดไปเหยียบคันเร่งก็เลยเสียหลัก หมุนหลายตลบชนรถคู่กรณีดังกล่าว
นายไพฑูรย์ คนขับรถคู่กรณี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถกลับจากตลาดแม่กลอง เพื่อกลับบ้านพักใน ต.บ้านปรก ขณะที่กำลังจอดรอกลับรถ จู่ๆ รถคันก่อเหตุเสียหลักหมุนมาพุ่งชนรถตนอย่างแรง ทำให้รถของตนได้รับความเสียหายพังทั้งคัน โชคดีไม่เสียชีวิต
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า รถปิกอัพของจ่าสิบเอกนพพร ขับมาด้วยความเร็ว จู่ๆ หักออกซ้ายและหักออกขวา จนเสียหลักพุ่งเข้าชนรถปิกอัพอีกคัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจแอลกอฮอล์ จ่าสิบเอก นพพร ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด จึงควบคุมตัวไปสอบสวน ที่สภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

