“พัชรวาท” ห่วงจังหวัดใต้ กำชับ “กรมธรณี” เกาะติดใกล้ชิด 6 จังหวัดเสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังเกิดเหตุดินไหล 6 อำเภอ 10 ตำบล สั่งประเมินสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน
27 ธ.ค. 66 – พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้กำชับให้กรมทรัพยากรธรณี ติดตามสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม และพื้นที่ปลอดภัยไปใช้เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการลดผลกระทบ ตลอดจนการกู้ภัยให้ความช่วยเหลือและประเมินสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดแผ่นดินถล่มเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากในช่วง 2-3 วันนี้ หลายพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม
ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกประกาศขอให้เครือข่ายประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วง 2-3 วันนี้ ในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม บริเวณ อ.ศรีบรรพต ตะโหมด ศรีนครินทร์ กงหรา ป่าบอน จ.พัทลุง, อ.สะบ้าย้อย หาดใหญ่ รัตภูมิ จ.สงขลา, อ.เบตง ธารโต บันนังสตา จ.ยะลา, อ.จะแนะ แว้ง ตากใบ สุไหงโก-ลก ศรีสาคร สุคิริน รือเสาะ ยี่งอ จ.นราธิวาส
เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมงได้มากกว่า 250 มิลลิเมตร ประกอบกับ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีฝนตกหนักสะสมอาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่มได้
จึงขอให้เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณี เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัยและวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังด้วย
ขณะที่ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่าในช่วงระหว่างวันที่ 24 – 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุดินไหลและแผ่นดินถล่มในหลายจุดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา รวม 6 อำเภอ 10 ตำบล ได้แก่ จ.นราธิวาส (อ.รือเสาะ สุคิริน ระแงะ และจะแนะ) และจ.ยะลา (อ.บันนังสตา และธารโต)
อีกทั้งยังพบว่า มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 24 อำเภอ 92 ตำบล 384 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,402 ครัวเรือน
นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ยังได้สั่งการให้กรมฯธรณี ติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินโอกาสการเกิดแผ่นดินถล่มขนาดใหญ่ที่จะตามมา และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นได้ ตลอดจนแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับการอบรมออนไลน์ หรือได้รับข้อมูลข่าวสารด้านธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มจากกรมฯธรณีก่อนหน้านี้ ให้เตรียมการรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง
โดย กรมฯธรณี ได้ติดต่อประสานงานแจ้งการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ผ่านทางโทรศัพท์ และกลุ่มไลน์ผู้เข้ารับการฝึกอบรมออนไลน์ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม เฝ้าติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงแผ่นดินถล่มในพื้นที่ ตลอดจนติดตามประกาศการเฝ้าระวังจากศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยทางเว็บไซต์กรมทรัพยากรธรณี เฟซบุ๊กกรมทรัพยากรธรณี และเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการธรรณีพิบัติภัย
ทั้งนี้ กรมฯธรณี ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานใน ทส. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามข้อสั่งการอย่างใกล้ชิด