“ผกก.” แจงลั่นยันไม่ได้ห้าม เพจโรงพักเมืองระยอง โพสต์เฟซบุ๊ก “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกนอกบ้านหลังสี่ทุ่มโดยไม่มีผู้ปกครอง” สุดท้ายกลายเป็นเรื่อง ต้องลบออก เผยแค่ขอความร่วมมือ
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังเวลา 22.00 น.ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกมาเที่ยวเตร่นอกบ้าน ตามถนนหรือที่สาธารณะ โดยที่ไม่มีผู้ปกครองมาด้วย (ตามพ.ร.บ.คุมครองเด็กปี2546) หากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบจะเชิญมาที่โรงพักทุกรายและจะเชิญผู้ปกครองมารับกลับบ้านเพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบ
การทะเลาะวิวาทและการมั่วสุมสิ่งเสพติดต่างๆที่อาจจะเกิดกับเด็กๆในความปกครองของท่าน จึงขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลานของท่าน ด้วยด้วยความปรารถนาที่จาก สภ.เมืองระยอง” แต่ปรากฎว่าเรื่องนี้ถูกวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 10 ม.ค.2567 พ.ต.อ.วีพงษ์ กงแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า ข้อความที่แจ้งในเพจเป็นการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือกับประชาชนในการดูแลบุตรหลาน โดยทางตำรวจมีเจตนาในการช่วยกันสอดส่องดูแลประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีหากออกจากบ้านเวลากลางคืน โดยไม่มีผู้ปกครอง อาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรและหากมีการรวมกลุ่มหลายคนก็ไม่สมควร อาจมีการทำร้ายกัน จึงเป็นห่วง
“ไม่ใช่สั่งห้าม จึงขอความร่วมมือผู้ปกครอง ดูแลบุตรหลานไม่ให้ออกนอกบ้านเพราะไม่รู้ว่าจะมาเจอกับอะไร แต่ถ้าต้องมาทำงาน มาติวหนังสือ ตำรวจก็มีวิจารณญาณในการตรวจสอบ หากออกมาทำงาน มาติวหนังสือ และตำรวจเห็นว่าเส้นทางไม่ปลอดภัยก็อาจจะจัดสายตรวจไปส่งให้ถึงบ้าน ยืนยันว่า ตำรวจวิเคราะห์แยกแยะได้ว่าไม่ได้ออกมามั่วสุม หรือมาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน”
พ.ต.อ.วีพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการนำข้อความไปแชร์และคอมเมนต์เรื่องนี้ จนกลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในโซเชียล ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนั้น ตำรวจยินดีรับฟังพร้อมยืนยันคำประกาศข้อความดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือไม่ใช่กฎหมายบังคับหรือห้ามแต่อย่างไร ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวเพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยแก่เยาวชนในพื้นที่ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นแน่นอน และข้อความนี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว
ขณะที่ผู้ปกครองรายหนึ่ง ระบุ ไม่เห็นด้วยและไม่ควรที่จะประกาศออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นการสร้างความตื่นตระหนก ในเมื่อตำรวจวิเคราะห์แยกแยะได้ก็ควรตรวจตราตามปกติ เห็นเยาวชนกระทำผิดก็ดำเนินคดีไป แต่ประกาศออกมาแบบนี้สร้างความตื่นตระหนกให้เยาวชนที่ต้องทำงาน หรือ เดินทางไปทำธุระอาจจะเดือดร้อน เพราะบางรายผู้ปกครองทำงานไม่ว่างจะมาด้วยก็มีเยอะ ขอให้ทบทวนก่อนจะประกาศออกไป


