ลูกเทวดา ไม่ทำงาน ชอบลักขโมย ดมแต่เบนซิน พ่อแม่บ่นให้ โดนมีดฟัน ตบบ้องหู ประวัติสุดโหด จอบทุบหัวยาย ลากศพทิ้งน้ำ ติดคุก 5 ปี ออกมาไม่สำนึก
วันที่ 13 ม.ค.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด 20 สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุลูกชายทำร้ายพ่อกับแม่ที่บ้านสายน้ำผึ้ง จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายประสงค์ (สงวนนามสกุล) หรือ ดาว อายุ 35 ปี ได้ที่บ้านสายน้ำผึ้ง ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นำมอบให้พนักงานสอบสวนเวร ดำเนินการสอบสวน
ส่วนคนเจ็บ นายบุญมี (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี และ นางบุญกอง (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี พ่อแม่ผู้ก่อเหตุ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความ โดยมีนายสุพัฒน์ ปัญญา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 บ้านสายน้ำผึ้ง เดินทางมาเป็นเพื่อน สองผัวเมีย
จากการบอกเล่าของ นายบุญมี พ่อที่ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่า วันเกิดเหตุ ตนและภรรยา กำลังสานหญ้าคาเพื่อนำไปขาย ส่วนลูกชายอยู่ในบ้านด้วยท่าทางฮึดฮัด ตาขวาง ตนจึงบ่นให้ว่าไม่รู้จักทำมาหากิน วันๆ เอาแต่ดมน้ำมันเบนซิน และขโมยของในบ้านไปขายหมดแล้ว ไม่เหลืออะไร
ซึ่งลูกชาย ได้เถียงกับตน ตนโกรธมากจึงเอากำปั้นตีไปที่ลูกชาย 1 ครั้ง ลูกชายวิ่งเข้าไปในครัวไปคว้ามีดมา ตนร้องบอกภรรยาให้มาช่วย แล้วนำเสียมมายื่นให้ตน ก่อนที่ภรรยาจะถูกลูกชายตบหูด้านขวา แล้วผลักแม่ล้มลงไปทับพ่อ แล้วแย่งเสียมไปจากพ่อ ก่อนใช้มีดฟันที่เอวพ่อเป็นแผล และฟันที่แผ่นหลังแต่ไม่เข้า เพราะเสื้อหนา เพื่อนบ้านได้ยินเสียงจึงเข้ามาช่วย กระทั่งตำรวจมาควบคุมลูกชาย ไปโรงพัก
ด้าน นายสุพัฒน์ กล่าวว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ประมาณ 08.00 น. ได้รับแจ้งเหตุลูกชายฟันพ่อที่บ้าน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง โดยปกตินายดาว จะไม่สุงสิงกับใคร นอกจากคุยกับพ่อและแม่ เป็นบางครั้ง หากต้องการเงิน จะขโมยลูกไก่ของพ่อไปขาย ตัวละ 20-30 บาท
เมื่อได้เงิน จะไปที่ตู้อัตโนมัติขายน้ำมัน ซื้อใส่ขวดเพื่อมาดมไม่สนใจใคร ไม่มีอาชีพ ไม่ทำอะไรช่วยพ่อ แม่ ในอดีต ประมาณ ปี 59 ได้ก่อเหตุใช้จอบทุบหัวยายที่ป่วยติดเตียงนอนอยู่หน้าบ้านกระทั่งยายเสียชีวิต
โดยหลอนว่ายายที่ป่วยติดเตียงเป็นผีปอบ หลังจากฆ่าเสร็จ ลากเอาศพยายไปทิ้งลงสระน้ำหลังบ้าน รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมาควบคุมตัวไปดำเนินคดี ติดคุก 5 ปี พ้นโทษออกมา เมื่อ ปี 64 และมาทำร้ายพ่อกับแม่อีก
ร.ต.อ.ราชวรรณ ขวัญศรี รอง สว.สส. พงส. สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวรประจำวันอยู่นั้น จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป