แก๊งโจ๋ห้าวขับรถชน ไล่ฟัน-รุมตื้บ ด.ช.13 กลางถนน ไม่สนรถผ่าน ก่อนโพสต์เย้ย “กากๆ น้ำลายวะ” ตร.เร่งล่าตัวเอาผิด
วันที่ 14 ม.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 13 ม.ค. พ.ต.ท.มานพ ทองพลับพลา สารวัตร (สอบสวน) สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกัน บริเวณแยกไฟแดง ถนนละหานทราย-ปะคำ มีผู้บาดเจ็บ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราย และลงพื้นที่ไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึง ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ละหานทราย ก่อนหน้านี้แล้ว จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเศษชิ้นส่วนระเบิดแบบประดิษฐ์ 1 ลูกตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เป็นวัยรุ่นคนละหมู่บ้านที่เคยเป็นอริกันมาก่อน บังเอิญมาเจอกันจึงขับรถไล่ตามปาระเบิดและไล่ฟันกัน จนมีผู้บาดเจ็บคือเด็กชาย อายุ 13 ปี ขาข้างซ้ายหัก ตามตัวมีรอยถลอก
จากการสอบถาม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพากันขับรถออกมาจากบ้านเพื่อน ก็มีกลุ่มวัยรุ่น 2 – 3 คัน ขับรถไล่ตามแล้วปาระเบิดใส่ 1 ลูก กลุ่มพวกตนจึงปาระเบิดใส่คืน จากนั้นก็ขับรถชนเพื่อนจนล้มลงแล้วก็ใช้มีดฟันซ้ำ แต่เพื่อนใส่หมวกกันน็อกจึงไม่โดนศีรษะ แต่ก็ยังใช้เท้ากระทืบซ้ำหลายครั้ง จนเพื่อนขาหัก
ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุจะพากันขับรถหลบหนีไป ซึ่งกลุ่มคนก่อเหตุเป็นวัยรุ่นคนละหมู่บ้านที่เคยเป็นอริกันมาก่อน หลังจากก่อเหตุเสร็จกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ก็ยังโพสต์เฟซบุ๊กเย้ยด้วยว่า “กากๆ น้ำลายวะ”
ด้าน นางชัย อายุ 58 ปี ย่าของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า หลานบอกว่าจะไปเที่ยวตลาดคลองถมกับเพื่อน แต่พอตกค่ำเพื่อนหลานก็โทรมาบอกว่า หลานถูกทำร้ายจึงรีบเดินทางมาดูหลานที่ รพ. พบว่าขาซ้ายหัก จากการสอบถามหลานก็บอกว่ารู้จักและจำหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ เท่าที่เพื่อนหลานเอาคลิปให้ดูซึ่งหลานโดนรุมทำร้ายทั้งเตะทั้งฟันก็เกินกว่าเหตุมาก ถ้าหลานไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกก็คงสาหัสกว่านี้ อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ส่วน นางสาวเปรี้ยว (ขอเบลอหน้า) แม่ค้าที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มวัยรุ่นมักจะก่อเหตุยกพวกทำร้ายร่างกายกันบ่อย โดยเฉพาะวันศุกร์ และเสาร์ ที่มีตลาดคลองถม ไล่ตีกันประจำมีทั้งมีด ระเบิด ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านต้องพากันหลบเพราะกลัวจะถูกลูกหลง ก็อยากให้เจ้าหน้าที่หามาตรการเอาจริงเอาจังกับกลุ่มวัยรุ่น ไม่ให้มาก่อเหตุแบบนี้ เพราะกลัวคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะโดนลูกหลงไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจหลักฐานกล้องที่พลเมืองดีถ่ายไว้ขณะเกิดเหตุและจะติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป