นศ.สาวผวา เรียกรถผ่านแอพฯ โชเฟอร์แทะโลมตลอดเวลา ขอเลี้ยงดูรายเดือน ชวนไปห้อง ขอลงกลางทางไม่ยอมจอด พ่อเผยลูกยังช็อกร้องไห้เวลาพูดถึง
วันที่ 19 ม.ค. 2567 ผู้สื่อข่าว จ.ภูเก็ต รายงานว่า เมื่อเวลา 19.25 น. วันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจาก น.ส.เก๋ อายุ 20 ปี นักศึกษาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2567 เวลาประมาณ 11.56 น. ได้เรียกรถรับจ้างผ่านแอพลิเคชั่นบริษัทหนึ่ง เพื่อให้มารับที่บ้านใน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ไปส่งที่หอพักนักศึกษาใน ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต
จากนั้นมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ MG ZS EV สีขาว ทะเบียนป้ายเขียว ฌข-4946 จำจังหวัดไม่ได้ เข้ามารับ น.ส.เก๋ ที่บ้านพัก โดยมีโชเฟอร์เป็นชาย บอกว่าตนเองอายุประมาณ 45 ปี แต่ระหว่างทางได้ใช้คำพูดไม่เหมาะสม สอบถามเรื่องส่วนตัวของผู้โดยสาร เช่น “ไปห้องไหม”, “มีแฟนหรือยัง” “อยากเลี้ยงดู”
โดยโชเฟอร์ได้พูดจาแทะโลมตลอดเวลา ไม่ให้เกียรติผู้โดยสาร จึงเกรงว่าจะเกิดอันตราย ขณะนั้นรถกำลังวิ่งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี(ขาเข้าเมือง) ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต น.ส.เก๋ จึงขอให้จอดรถเพื่อจะลงรถ แต่โชเฟอร์ยังคงขับรถต่อไป และไปส่งที่ปลายทางในพื้นที่ ต.รัษฎา
ด้านพ่อของ น.ส.เก๋ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นห่วงลูกสาวมาก เพราะลูกสาวได้แต่ร้องไห้ เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกระทบต่อการเรียนด้วย วันเกิดเหตุ ตอนขึ้นรถปั๊บพอออกจากบริเวณบ้าน คนขับรถก็แทะโลมแล้วและถามมีแฟนยัง จะขอเลี้ยงดูโดยให้เงินเดือน 5,000 บาท และพูดว่าจะพาไปที่ห้องตลอดเวลา
พ่อผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า ตอนนั้นลูกสาวกลัวและช็อกมาก เมื่อถึงพื้นที่ ต.เกาะแก้ว ลูกสาวจึงขอลงรถ แต่คนขับทำเฉย แล้วขับไปเรื่อยๆ และพูดวนมาเรื่องเดิมอีกจนถึงหอพักที่เรียกให้มาส่ง หลังจากถึงหอพักแล้ว ลูกสาวจึงร้องเรียนไปทางแอพพลิเคชั่น
พ่อผู้เสียหาย กล่าวถึงอีกว่า ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที เขาก็กลับมาจอดรถบริเวณหอพักของลูกสาว แล้วพยายามจะเข้าไปขอโทษในห้อง แต่หอพักไม่ให้ผู้ชายเข้าไป ซึ่งลูกสาวยังอยู่ในอาการช็อก ส่วนเพื่อนลูกสาวก็มาช่วยกันไม่ให้เข้าไป คนขับรถจึงก้มคุกเข่ากราบขอโทษ พร้อมวางเงิน 300 บาท แล้วเดินจากไป
พ่อผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า หลังจากลูกสาวตั้งสติได้ก็โทรมาหาแม่ที่อยู่บ้าน และร้องเรียนไปที่แอพพลิเคชั่นอีกครั้ง หลังจากลูกสาวเรียนจบช่วงเย็น ด้วยความเป็นห่วงลูก ตนกับภรรยาจึงไปหาลูกสาว แล้วไปขอกล้องวงจรปิดจากบริษัทใกล้เคียง เพื่อไปแจ้งความดำเนินคดีลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย
พ่อผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับคนอื่นอีก ตอนนี้สุขภาพจิตลูกสาวแย่มาก พูดเรื่องนี้ทีไรลูกสาวยังมีอาการช็อก กลัวว่าจะมีผลกระทบกับการเรียนด้วย ต่อไปลูกคงกลัวรถคนแปลกหน้าที่จะมารับและไม่กล้าขึ้นรถที่ไม่ใช่คนรู้จักหรือสนิทอีก
“อยากให้ผู้กระทำนึกถึงครอบครัวของตัวเองบ้างว่าทำแบบนี้เหมาะสมไหมดีไหม อายุก็เยอะแล้ว ไม่ใช่มาเที่ยวแทะโลมเด็ก มันไม่ถูกต้อง คนร่วมอาชีพก็จะเดือดร้อนไปด้วย” พ่อผู้เสียหายกล่าว

