“บิ๊กอุ้ม” แจงเลิกครูอยู่เวร หวังลดภาระแม่พิมพ์ชาติ เชื่อครูจะมีความสุข คุณภาพการศึกษาจะดีขึ้นยันไม่เกี่ยวการเมือง ย้ำประสาน ตำรวจ-ปกครอง-ชุมชน ช่วยตรวจตรา ไม่ได้ให้เฝ้าอยู่ประจำ

25 ม.ค. 67 – “บิ๊กอุ้ม” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การยกเลิกการอยู่เวรของครู ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ ศธ. ตั้งใจทำเพื่อเป็นการลดภาระครู โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีครูจำนวนน้อย และส่วนใหญ่จะมีแต่ครูผู้หญิง

ซึ่งก่อนหน้านั้น ก็ได้มีการประสานที่จะให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสาต่าง ๆ เข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน ประกอบกับเกิดเหตุการณ์ครูอยู่เวรแล้วถูกทำร้ายที่จังหวัดเชียงรายขึ้นมา จึงเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณายกเว้นการอยู่เวรของครู เพราะเห็นว่า เรื่องชีวิตและร่างกายของคนสำคัญกว่าทรัพย์สิน ที่ไม่อาจจะทดแทนได้

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า เมื่อครม.มีมติยกเลิกการอยู่เวรของครูแล้ว ก็มีมาตรการมาทดแทน เพื่อป้องกันความเสียหายของทรัพย์สิน โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชุมชน เข้าไปช่วยตรวจตรา แต่ไม่ได้ให้ไปเฝ้าอยู่ประจำ เป็นการเข้าไปตรวจตรา เช่นเดียวกันโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในช่วงเทศกาลต่างๆ

ทั้งนี้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ มีระบบ และเป็นเรื่องที่ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยส่วนตัวคิดว่า บางทีไม่จำเป็นต้องมีคนไปอยู่เฝ้าประจำ เพราะประชาคม และชุมชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสถานที่ราชการต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียน ที่ต้องเข้ามาช่วยกันดูแล ขณะที่การปรากฏกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่สามารถช่วยดูแลความปลอดภัยได้อย่างมาก

“ส่วนตำแหน่งนักการ ภารโรง ที่จะเสนอของบมาจัดจ้างเพิ่ม จะต้องเข้ามาอยู่เวรแทนครูด้วยหรือไม่นั้น ตรงนี้ต้องไปดูภาระงาน แต่ก็อาจจะเป็นหน้าที่หนึ่งในการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนด้วย แต่คงไม่ใช่เรื่องเข้าเวรแทนครู

ดังนั้นต้องไปดูในรายละเอียดว่า ธุรการ ภารโรง มีหน้าที่ใดบ้าง เช่น การทำความสะอาด ดูแลความปลอดภัย การดูแลความเรียบร้อย เปิด ปิดอาคารเรียน ไฟฟ้า ภายในสถานศึกษา เป็นต้น

ผมไม่อยากให้เอาการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการศึกษา การเมืองก็คือการเมือง แต่เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา เป็นการลดภาระครู ซึ่ง ศธ. พยายามทำ ไม่ใช่แค่การยกเลิกอยู่เวรอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการสอนหนังสือมากที่สุด

ส่วนจะส่งผลให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นหรือไม่นั้น ดูได้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเป็นหลัก ถือเป็นการวัดผลที่ดีที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลา ไม่สามารถบอกได้เร็ววันนี้ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า ครูจะมีความสุข เชื่อว่าคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้นแน่นอน ” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน