ชาวบ้านดีใจ ศาลรับฟ้องคดี โครงการผันน้ำยวม อีไอเอร้านลาบ เผยชุมชนต่อสู้เพื่อปกป้องธรรมชาติ ร่วม มช. ทำวิจัยอธิบายความอุดมสมบูรณ์

วันที่ 29 ม.ค.2567 น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ในฐานะทีมกฎหมายของเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน เปิดเผยว่า ได้รับใบแจ้งคำสั่งศาลปกครองเชียงใหม่ ว่าศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณา

คดีที่เครือข่ายฯ ฟ้องกรมชลประทาน กรณีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล (แนวผันน้ำยวม) หรือโครงการผันน้ำยวม ซึ่งได้ฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.66

ทนายความกล่าวว่า คดีดังกล่าวเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน และประชาชนที่มีภูมิลำเนาและที่ทำกินใน จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน รวม 66 คน ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยมีผู้ถูกฟ้อง 5 ราย ประกอบด้วย กรมชลประทาน คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี

สำหรับเหตุผลในการฟ้องระบุว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และอีไอเอที่รู้จักในชื่ออีไอเอร้านลาบ ซึ่งระบุว่ามีองค์ประกอบของโครงการ 7 องค์ประกอบคือ เขื่อนผันน้ำยวม ถนนเข้าเขื่อน

อ่างเก็บน้ำยวม สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา ระบบอุโมงค์ส่งน้ำ พื้นที่เก็บกองวัสดุจากการขุดเจาะอุโมงค์และถนนเข้าหัวงานต่างๆ ทางออกอุโมงค์ส่งน้ำและการปรับปรุงลำห้วยงูด เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (โซน ซี(C)) มีพื้นที่ซ้อนทับกับพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติแม่เงา

และเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 โดยหมู่บ้านและรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการตามที่อ้างใน EIA ครอบคลุมพื้นที่ 36 หมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ 29 ราย

ผู้ฟ้องคดีขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษา ดังนี้

1. ขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเกี่ยวกับโครงการเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอน/ยกเลิกโครงการดังกล่าวเสีย

2. ขอให้พิพากษาว่า การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนรายงานและการให้ความเห็นชอบดังกล่าวเสีย

3. ขอให้พิพากษาว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวเสีย

4. ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสมและจริงจัง จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่จะดำเนินการและระหว่างดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการดูแล ปกป้อง รักษาแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

5.ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ดำเนินการออกกฎหมาย หรือกฎ หรือระเบียบ เพื่อดำเนินการการคุ้มครอง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในลุ่มแม่น้ำแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

น.ส.ดาวพระศุกร์ มึปอย ชาวบ้านแม่เงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หนึ่งในผู้ฟ้องคดีกล่าวว่ารู้สึกดีใจ ภูมิใจว่าสิ่งที่ชาวบ้านเราทำไปไม่ได้สูญเปล่า คดีมีความคืบหน้า การทำงานที่ผ่านมามีทั้งเก็บข้อมูลทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่ออธิบายถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน น้ำ ป่า

เดือนที่แล้ว(ธ.ค.2566) ชาวบ้านเดินทางไปกทม. เพื่อนำเสนอข้อมูลให้แก่ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รู้สึกกลัวที่จะนำเสนอในที่ประชุม แต่ดีใจ ตื่นเต้นจนพูดไม่ค่อยออก มีเรื่องอยากนำเสนอเล่าให้ผู้หลักผู้ใหญ่และศาลฟังว่าที่บ้านเราทำนั้นมาหากินและอนุรักษ์แม่น้ำ รักษาผืนป่ามาหลายชั่วอายุคน หากถูกทำลายไปชาวบ้านจะเดือดร้อนกันอย่างมาก

“หวังว่าเขาจะรับฟังและเข้าใจพวกเรา จริงๆ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ใช้ทรัพยากรด้วยกัน ทั้งแม่น้ำเงา เมย ยวม อยากได้ชาวบ้านได้ความยุติธรรม” นาวสาวดาวพระศุกร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน