ผบ.เรือนจำปากพนัง โอด หลัง ผู้คุม ก่อเหตุสลด 3รายในรอบเดือน เครียดสังคมวิจารณ์หนักจนไม่กล้าออกไปเดินด้านนอก ระบุ ทำหนังสือรายงานถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้ว
จากกรณี นายภักดี อายุ 47 ปี นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการเรือนจำปากพนัง ก่อเหตุสลดภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้ เหตุการณ์ผู้คุมเรือนจำอำเภอปากพนังก่อเหตุสลดเกิดขึ้นถึง 3 รายในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 30 ม.ค.2567 ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายสุรินทร์ จันทร์เทพ รักษาการผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอปากพนัง เพื่อขอสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่นายสุรินทร์บอกว่าไม่อยากจะให้สัมภาษณ์เนื่องจากเกรงจะผิดระเบียบ ซึ่งจะต้องให้ทางผู้ใหญ่ของกรมอนุญาตจึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ตนมีความเครียดและรู้สึกกดดันกับข่าวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะมีกระแสข่าวออกไปว่ามาจากปัญหาในที่ทำงานของเรือนจำอำเภอปากพนัง ทั้งที่หลักความเป็นจริงคนที่อยู่ในเรือนจำอำเภอปากพนัง เจ้าหน้าที่รู้กันดีว่าไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับที่ทำงานแต่อย่างใด ต้องดูที่ประวัติของเค้าว่าเป็นอย่างไร
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย คนที่เป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอปากพนังจริง ๆ คือคนที่ฆ่าตัวตายเป็นคนแรกคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งได้ก่อเหตุสลดที่บ้านพักเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2567
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า นายสิทธิชัยถือเป็นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำอำเภอปากพนัง ส่วนสาเหตุนั้นทางญาติเองก็ระบุและบอกว่านายสิทธิชัยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งปกตินายสิทธิชัยจะเป็นคนที่อารมณ์ดี พูดจาสนุกสนาน เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง จะมองไม่ออกว่าเป็นคนป่วยและไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
นายสุรินทร์ กล่าวว่า วันก่อนเกิดเหตุนายสิทธิชัยได้บอกกับเพื่อนที่ทำงานว่าจะไปเคานต์ดาวน์ที่บ้านช่วงปีใหม่ ที่จ.พัทลุงโดยขับรถจักรยานยนต์ไป แต่จู่ ๆ ก็กลับมาเคานต์ดาวน์ที่บ้านพักที่ อ.ปากพนัง และก่อเหตุสลด ซึ่งนายสิทธิชัยทำงานอยู่ที่เรือนจำอำเภอปากพนังมาแล้ว 6-7 ปี นี่คือเจ้าหน้าที่ของเรือนจำอำเภอปากพนังจริง ๆ
นายสุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ส่วนคนที่ 2 นายยุทธภพได้ถูกย้ายจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชมาอยู่ที่เรือนจำอำเภอปากพนัง ซึ่งกรณีของนายยุทธภพยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำอำเภอปากพนังแต่อย่างใด เพียงมารายงานตัว
ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังไม่ได้ขนมาบ้านพักที่อ.ปากพนัง ก็ได้ก่อเหตุยิงตัวตายที่แฟลตที่พักในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ซึ่งจริง ๆ ยังไม่ได้เริ่มทำงานที่เรือนจำอำเภอปากพนังด้วยซ้ำ จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรือนจำแต่อย่างใด
และรายที่ 3 นายภักดีซึ่งยิงตัวเองเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็เพิ่งย้ายมาจากเรือนจำทุ่งสงได้ประมาณ 4 เดือน และการทำงานที่เรือนจำอำเภอปากพนังก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้มีความเครียด เนื่องจากการทำงานนายภักดีทำงานเกี่ยวกับหนังสืออยู่ด้านนอก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักโทษในเรือนจำ
ซึ่งนิสัยส่วนตัวของนายภักดีขณะที่ทำงานที่นี่จะเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และล่าสุดที่นายภักดีได้ทำหนังสือขอย้ายกลับไปอยู่เรือนจำทุ่งสง ทางเรือนจำอำเภอปากพนังก็มีการเดินเรื่องให้ ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เพียงแต่ระบบราชการมันต้องใช้เวลา ซึ่งนายภักดีก็รู้ดีแต่ก็ได้มาก่อเหตุสลดเสียก่อนและญาติก็ไม่ได้ติดใจ และบอกว่านายภักดีเป็นโรคซึมเศร้ากำลังรักษาตัว
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า กรณีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายหลังนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรือนจำอำเภอปากพนังแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บส่วนตัว ซึ่งญาติก็ทราบและไม่ได้ติดใจ แต่กระแสข่าวที่ออกไปส่งผลกระทบต่อตนอย่างมาก เนื่องจากมีการมองว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย มีความกดดัน มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของที่ทำงาน
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ตนมีความเครียด มีความกดดันมากในขณะนี้ และก็มีความอับอาย ไม่กล้าแม้กระทั่งจะออกไปเดินตลาดด้านนอก เนื่องจากจะมีคนมองและพูดวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองเสีย ๆ หาย ๆ
นายสุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตนได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรรายงานไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวันนี้ช่วงบ่ายตนก็จะเข้าไปรดน้ำศพนายภักดีด้วย และบางกระแสข่าวก็บอกว่าเกี่ยวกับ แป้ง นาโหนด นั่น จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย