จิสด้า เตือน PM 2.5 พุ่งไม่หยุด รับวาเลนไทน์ คนกรุงจมฝุ่นพิษทุกเขต 39 จังหวัดระดับสีแดง เริ่มกระทบต่อสุขภาพ-ระบบทางเดินหายใจ แนะสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง
14 ก.พ. 67 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 พบ 39 จังหวัด ในของประเทศไทยมีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ
โดย 5 อันดับแรก คือ จ.สมุทรสาคร 162.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) กรุงเทพฯ 146.3 มคก./ลบ.ม. สมุทรปราการ 140.5 มคก./ลบ.ม. จ.นนทบุรี 136.8 มคก./ลบ.ม. และจ.นครปฐม 136.2 มคก./ลบ.ม.
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ พบค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินกว่า 100 มคก./ลบ.ม. ทั่วทุกเขตของพื้นที่ โดย 5 อับดับแรก คือ พระโขนง 181.6 มคก./ลบ.ม. คลองเตย 175.5 มคก./ลบ.ม. วังทองหลาง 175.1 มคก./ลบ.ม. บางนา 172.8 มคก./ลบ.ม. และวัฒนา 172.8 มคก./ลบ.ม.
ส่วน แอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับสีแดงต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซนภาคกลาง
ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น”