66 จังหวัดจมฝุ่นพิษ PM2.5 โดย 44 จังหวัดอยู่ในระดับสีแดง วิกฤตต่อสุขภาพ ส่วน กทม. เกินมาตรฐานกว่า 48 เขต

วันที่ 15 ก.พ. 67 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็กฝุ่น”

พบ 44 จังหวัด ในของประเทศไทยมีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ โดย 5 อันดับแรก คือ จ.อ่างทอง 188.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จ.สมุทรสงคราม 148.7 มคก./ลบ.ม. จ.สระบุรี 128.4 มคก./ลบ.ม. จ.สิงห์บุรี 127.8 มคก./ลบ.ม. จ.สมุทรสาคร 126.1 มคก./ลบ.ม. และยังคงพบค่าคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) ในอีก 22 จังหวัดของประเทศ

สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ พบค่าฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 48 เขต โดยพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ 10 พื้นที่ ได้แก่ ราชเทวี ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ทวีวัฒนา หนองจอก บางขุนเทียน หนองแขม คลองสามวา บางบอน ในส่วนของเขตพื้นที่อื่น ๆ ยังคงพบคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

แอพพลิเคชั่น “เช็คกฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับสีแดงต่อเนื่องโดยเฉพาะโซนภาคกลาง

ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอพมีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา

รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอพพลิเคชัน “เช็กฝุ่น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน