‘ภูมิธรรม” รองนายกฯ หนุน สคทช. ขับเคลื่อนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตในจ.น่าน
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ว่าการอำเภอแม่จริม วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แม่จริม และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง อ.ท่าวังผา จ.น่าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานตามภารกิจของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน การส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ภายหลังจากที่ได้รับการอนุญาตเข้าอยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ คทช. ต้นแบบ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แม่จริม และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง ที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดให้เกษตรกรจนประสบความสำเร็จ เกษตรกรสามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผอ.สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สคทช. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนจากกรมป่าไม้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผล การดำเนินงานฯ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในด้านที่ดินทำกิน จึงมอบนโยบายให้ สคทช. และทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการจัดที่ดิน เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ คทช. ได้รับการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ สำหรับการประกอบอาชีพ รวมถึงขยายผลการดำเนินงาน และต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งพื้นที่จังหวัดน่าน มีการส่งเสริมการปลูกกาแฟ และชุมชนมีความพร้อมที่จะต่อยอดพัฒนาไปสู่การแข่งขันทางการค้าในอนาคต ภายใต้การรวมกลุ่มของวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้
อย่างไรก็ตาม หากต้องการยกระดับสินค้าเพื่อไปสู่ตลาดโลก จำเป็นต้องมีการพัฒนาสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงต้องเร่งรัดกระบวนการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP และการรับรองสินค้ากาแฟตามมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ปลูกและผู้ประกอบการกาแฟในพื้นที่ คทช. ช่วยยกระดับรายได้ท้องถิ่น ต่อไป

ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า คทช. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนการจัดที่ดินทำกินชุมชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีสิทธิทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้ความมั่นใจในการประกอบอาชีพ สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต โดยมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น 1,582 พื้นที่ ในเนื้อที่ 5.9 ล้านไร่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 2.4 ล้านไร่ มีการจัดคนเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินแล้วกว่า 85,000 ราย มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพแล้ว 312 พื้นที่ ใน 66 จังหวัด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์/วิสาหกิจชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และการจัดหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 21 หน่วยงาน เพื่อร่วมพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ BEDO เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหรือพัฒนาศักยภาพชุมชนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ SCG และมีแผนที่จะร่วมมือกับบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ในอนาคต

พร้อมกันนี้ สคทช. ยังได้พัฒนาตราสัญลักษณ์เครื่องหมายผลิตภัณฑ์จากชุมชน คทช. รับรองว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์นั้น มาจากกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายป่าและถูกต้องตามกฎหมายของประเทศ รวมถึงการได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้อง เพื่อเตรียมการรองรับระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR ที่มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 โดยจะบังคับกับกลุ่มสินค้าควบคุม 7 กลุ่ม ได้แก่ โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง ไม้ และโค รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง ได้กำหนดแผนงานในการประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันผลกระทบจากการควบคุมสินค้าภายใต้ EUDR ต่อประชาชนในพื้นที่ คทช. โดยจะขยายผลความสำเร็จจากการส่งเสริมผลิตภัณฑ์กาแฟในพื้นที่ คทช. จังหวัดน่าน ไปสู่พื้นที่ คทช. อื่นๆ ต่อไป