ผงะ ชาวมองโกเลีย ซุกน้องๆไว้ใต้เครื่อง มุ่งหน้า อูลานบาตอร์ ยึดรวม 46 ตัว ทั้ง มังกรโคโมโด-เต่าดาว และสัตว์อื่นๆอีกเพียบ เผยมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ด้วย
วันที่ 19 ก.พ.2567 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหาร
การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีนโยบายให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหลีกเลี่ยงนำเข้า–ส่งออกซึ่งของที่มีภาระค่าภาษี ของผิดกฎหมาย ของต้องห้าม ต้องกำกัด
นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบของติดตัวผู้โดยสารทั้งการนำเข้ามาในและการนำออกไปนอกราชอาณาจักร
โดยเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2567 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนควบคุมทางศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม
บูรณาการร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมประมง และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จับกุมผู้โดยสารชาวมองโกเลีย พยายามลักลอบนำสัตว์มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทางกรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย
โดยพบ สัตว์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)
ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 ได้แก่
มังกรโคโมโด จำนวน 2 ตัว
เต่าดาวอินเดีย จำนวน 6 ตัว
ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2 ได้แก่
อิกัวน่า จำนวน 8 ตัว
งูหลาม จำนวน 5 ตัว
งูเหลือม จำนวน 1 ตัว
นอกจากนี้ยังพบสัตว์มีชีวิตประเภทปลา ได้แก่ ปลาหางนกยูง จำนวน 22 ตัว ปลากัด จำนวน 2 ตัว รวมทั้งสิ้น จำนวน 46 ตัว โดยของกลางทั้งหมดบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่ผู้โดยสารจะโหลดใต้ท้องเครื่อง

นายพันธ์ทอง กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 166 และ 252
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560
ประกอบกับสัตว์ดังกล่าวบางรายการอยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 และบัญชีหมายเลข 2 ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 23 วรรคแรก และมาตรา 112 และเป็นความผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 92 วรรค 2 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558

