ลพบุรี ยังรู้สึกขวัญผวา ครู-นักเรียน นุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรม ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ ผีบ้านผีเรือน เจ้าที่เจ้าทาง ปลุกขวัญกำลังใจกลับคืน วอนขอรั้วรอบขอบชิด ป้องอันตรายนานาชนิด
23 ก.พ. 67 – จากกรณี มือมืด จุดไฟเผาป่า ลุกลามติดไร่อ้อย ก่อนเพลิงโหมหนัก ติดรั้งโรงเรียนซอย 3 สาย 4 ซ้าย บ้านหนองแกเดื่อย ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี ประกอบกับลมกระโชกแรงพัดพาเปลวไฟ ควันไฟ เถ้าถ่านเข้าภายในโรงเรียน กลุ่มควันปกคลุม ทำให้ นักเรียน เด็กๆ เล็ก เด็กประถม มัธยม และครู ที่กำลังทำการเรียนสอน ต่างวิ่งหนีออกจากรั้วหน้าโรงเรียนอย่างชุลมุนวุ่นวาย พร้อมเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตกใจกลัว เมื่อ 22 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครู นักเรียน ยังรู้สึกขวัญผวา หลังประสบเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ บุคลากรครู ได้ไปปรึกษาหารือ พระเถระ และถือโอกาสเนื่องในวันมาฆบูชาที่จะถึง ครู นักเรียน จึงได้นุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ ผีบ้านผีเรือน เจ้าที่เจ้าทาง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจกลับมา ครูฝากถึงสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษา โรงเรียนอยู่อย่างหวาดระแวง อยากได้รั้วรอบขอบชิดมากกว่านี้
นายสายัณห์ ยิ้มแฉ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปดูจุดเกิดเหตุข้างรั้วโรงเรียนฝั่งขวา พร้อมเปิดเผยว่า หลังจากที่มี ผู้จุดไฟเผาป่าลุกลามไร่อ้อยกว่า 40 ไร่ ลุกลามติดรั้วโรงเรียน ซึ่งช่วงเกิดเหตุ ทาง บุคลากร ครู ได้ประกาศเสียงตามสายให้เด็กนักเรียน ทุกชั้นเรียนออกมารวมตัวกันที่สนาม หน้าเสาธง เพื่อรอดูสถานการณ์และประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งได้ประสานรถน้ำดับเพลิง หน่วยงานต่างๆ ที่เคยได้ซ้อมแผนกันไว้ในช่วงปกติ

นายสายัณห์ กล่าวอีกว่า จนเวลาผ่านไปกว่า 20 นาที ไฟที่โหมลุกไหม้ ได้ลุกลามมาติดรั้วโรงเรียน ที่มาพร้อมกับกลุ่มควันเถ้าถ่าน ปลิวเข้ามาในบริเวณพื้นที่โรงเรียน ห้องเรียน ซึ่งคิดว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ รวมถึง ครูและนักเรียน ไม่มีความปลอดภัย และก่อนที่ รถดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ต่างๆ จะมาถึง คุณครู ชาวบ้านใกล้เคียง พระ เณร ที่อยู่ใกล้เคียงได้ช่วยกันอพยพเด็กนักเรียนออกนอกพื้นที่ เพื่อให้ได้อากาศในการหายใจได้สะดวก
เนื่องจากลมได้เปลี่ยนทิศทาง นำพาควัน ความร้อน เถ้าถ่านจากใบอ้อยฟุ้งกระจายทั่วทั้งโรงเรียน เด็กนักเรียนต่างพากันวิ่งกรูออกมานอกโรงเรียน หลายคนหายใจไม่ออก แสบตา สำลักควัน ถอดเสื้อปิดปากจมูก เด็กเล็กร้องจ้า เนื่องจากตกใจ วิ่งชนกัน ชนสิ่งของต่างเจ็บคนละเล็กละน้อย ไปตามๆกัน

ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ปกติทุกปีจะมีการซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกปี แต่เหตุจริงที่เกิดขึ้นมันรุนแรง เกินกว่าการซ้อมแผน ยอมรับว่าบุคลากรครูนักเรียนทุกคนขวัญหนีดีฝ่อ กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อช่วงเช้าจึงได้ถือโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผีบ้านผีเรือน เจ้าที่เจ้าทางเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรและเด็กนักเรียน
นาย ธงชัย อิ่มอรชร กำนันพื้นที่ตำบลโคกตูม กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ได้เร่งประสานหน่วยงานรับผิดชอบ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ รุดลงพื้นที่ช่วยเหลือ อพยพนักเรียน ซึ่งทางกำนันได้ประชุม ชี้แจง ประสาน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ กำชับเกี่ยวกับเรื่องการเผาป่า เผาไร่อ้อยเป็นกรณีพิเศษ และได้ห้ามในการเผาเด็ดขาดทุกกรณี ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากคนจุดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถูกดำเนินคดีแล้ว

ส่วนด้านคดี ร.ต.อ.คัชรัส โสมนัส รอง.สว.(สอบสวน) สภ.โคกตูม ได้รับแจ้งร้องทุกข์จากผู้เสียหายเจ้าของไร่อ้อยจำนวน 2 ราย โดยตำรวจงานสืบสวนสภ. โคกตูม ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา นำตัวผู้ก่อเหตุนำตัวมาที่โรงพัก เพื่อสอบสวนดำเนินคดี โดยผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ และเจรจาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของไร่อ้อย ไร่แรก 25 ไร่ ค่าเสียหาย 150,000 บาท อีกไร่เกือบ 2 0 ไร่ ค่าเสียหายจำนวน 90,000 บาท
ส่วนทางโรงเรียนไม่ได้แจ้ง กล่าวหากับผู้ก่อเหตุ แต่ขอให้พิจารณาช่วยเหลือซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้กับโรงเรียนบ้าง

นายสายัณห์ กล่าวทิ้งท้ายฝากความหวังว่า โรงเรียนอยากมีรั้วรอบขอบชิดมากกว่านี้ เนื่องจากจะป้องกันอันตรายจากไฟต่างๆ แล้วยังป้องกันอันตรายจากพวกจิตเวช พวกหลอนยา คลั่งยาเสพติดที่มักแอบเข้ามาในโรงเรียน และเพื่อเป็นการป้องกันทรัพย์สินของโรงเรียนด้วย