ผอ.โรงเรียน ในจ.สุรินทร์ ช็อก ภาพโผล่ในสื่อ เป็นผู้ต้องหาขนยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด ที่สุพรรณบุรี ลั่นเป็นคนละคน ไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
วันที่ 4 มี.ค.2567 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ายาบ้าจากภาคอีสาน หลังสืบทราบว่ามาส่งยาที่ จ.สุพรรณบุรี จึงวางแผนติดตามจับกุม บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
แต่เอเยนต์ยาบ้าเกิดไหวตัวทันขับรถกระบะหลบหนี ตำรวจจึงนำกำลังไล่ตามจับกุม กระทั่งจนมุมที่หน้าบ้านหลังหนึ่งของชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
จากนั้นคนร้าย 2 คน ทิ้งรถแล้วหลบหนีไป จึงประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี และ ชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกันจนล้อมจับกุมได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปได้
จากการตรวจสอบรถกระบะ พบว่า บรรทุกยาบ้ามา 2.4 ล้านเม็ด ต่อมาตำรวจติดตามคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่จนติดตามจับกุมได้ในที่พื้นที่ จ.สระบุรี
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายมากัน 2 คัน มีรถดูต้นทาง โดยขนยาเสพติดมาจาก จ.สกลนคร นัดส่งมอบที่ จ.สุพรรณบุรี ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท
ซึ่งตัวผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมา 2 ครั้ง โดยหนึ่งในผู้ต้องหาพบว่ารับราชการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 4 มี.ค.2567 นายจิตกร ผมงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งใจวิทยาคม ต้องทั้งช็อกทั้งงง เมื่อเห็นภาพตัวเองปรากฎในช่องทีวีแห่งหนึ่ง จึงโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความระบุว่า
“ตามที่มีข่าวว่า ผู้อำนวยโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ รับจ้างขับรถขนยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด แล้วข่าวช่องหนึ่ง เอารูปของผมไปลงว่าเป็นผู้ต้องหา ทำให้ผมได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง
ผม นายจิตกร ผมงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งใจวิทยาคม สพม.สุรินทร์ ไม่เคยข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิดครับ” โดยมีคนเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนมากตำนิการทำงานของสื่อ และแนะให้ฟ้อง
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนตั้งใจวิทยาคม อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามเรื่องราวดังกล่าว โดยนายจิตกร กล่าวว่า ในเรื่องของยาเสพติดนั้น เป็นโทษที่ร้ายแรง ในการนำเสนอข่าว ตนอยากให้ผู้สื่อข่าวที่มาลงพื้นที่ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบก่อนที่จะนำเสนอออกไป หากข้อมูลไม่ถูกต้องซึ่งมันจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ตนซึ่งเป็นผู้เสียหาย และชื่อเสียงที่สั่งสมมาไปในทิศทางลบหมด ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชื่อตนก็ตาม แต่ภาพที่ออกไปนั้น ตนได้รับผลกระทบมาก และกระทบกับความรู้สึกของครอบครัวตนเป็นอย่างมาก โดยได้ไปปรึกษากับ ผอ.สพม.สุรินทร์ แล้ว ท่านได้ให้แนวทางมาว่า ให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ก่อน
ส่วนเรื่องคดี ค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง โดยในบันทึกประจำวันระบุว่า ตนเองนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการขนยาเสพติด 2.4 ล้านเม็ด ตามที่เป็นข่าว และที่มีบางสื่อนำภาพตนไปเกี่ยวข้อง ผอ.โรงเรียนตั้งใจวิทยาคม กล่าว
ด้าน นายนรินทร์ ผิวทอง รองผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งใจวิทยาคม กล่าวว่า ตนเห็นภาพข่าว ตกใจมาก และไม่เชื่อเลยว่า ผอ.จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพราะท่านชอบในการกีฬา และมีจิตใจงาม เป็นที่รักของครูและนักเรียนทุกคน
จึงอยากฝากผ่านผู้สื่อข่าว ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนนำเสนอ ซึ่งกรณีดังกล่าว มันสร้างความเสื่อมเสียถึงตัวบุคคล รวมทั้งองค์กรด้วย

