เจ้าของร้านเดือด โพสต์ขายจักรยานยนต์วิบาก โดนสรรพสามิตบุก ถ่ายคลิปโวย นำโพสต์ลงโซเชียล โดนแจ้งความ พรบ.คอม-หมิ่นประมาท เผยสาเหตุจับ
วันที่ 9 มี.ค.2567 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตบุรีรัมย์ นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร ที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังโพสต์ขายรถจักรยานยนต์วิบาก ซึ่งมีลักษณะนำเข้าโดยไม่เสียภาษี
โดยระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการสอบถามและตรวจสอบ เจ้าของรถได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งมีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ว่ารถซื้อมาอย่างถูกต้องมีใบอินวอยซ์ประกอบ และยังโวยวายหลังเจ้าหน้าที่จะให้เสียค่าปรับเป็นเงิน 7,500 บาท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้

ล่าสุด สรรพสามิตจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางไปที่ สภ.นางรอง อ.นางรอง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายภัทร์ธนศักฏ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร ฐานหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลัง นายภัทร์ธนศักฏ์ นำคลิปไปโพสต์ต่อว่าเจ้าหน้าที่
นายภัทร์ธนศักฏ์ เจ้าของรถจักรยานยนต์วิบาก เล่าว่า ตนซื้อรถคันนี้มาจากคนใน อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา แต่อยากขายต่อจึงโพสต์ขายทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ในราคา 25,000 บาท

หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาพบ แล้วกล่าวหาว่าไม่ได้เสียภาษี ตนยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นใบอินวอยซ์ เพราะเจ้าของเดิมให้มาแค่นี้ แต่จะมารีดภาษีตนรู้สึกไม่พอใจ เพราะซื้อมาอย่างถูกต้อง แต่ยอมรับว่า”ไม่รู้กฎหมายด้านนี้”จริงแล้วเจ้าหน้าที่ต้องมาทำความเข้าใจกับประชาชนมากกว่าไม่ใช่จะมาตามจับ

ด้าน นายวิชญ์นุงพงษ์ วิสัยกร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์ กล่าวว่า สรรพสามิตมีหน้าที่ตรวจจับกลุ่มเลี่ยงภาษี เมื่อเห็นสภาพรถรู้ทันทีว่าเป็นรถนำเข้ามาประกอบ จึงเข้าไปตรวจสอบตามหน้าที่
แต่เจ้าของรถกลับต่อต้าน ทั้งยังเอาคลิปภาพและบัตรเจ้าหน้าที่ ไปโพสต์ กล่าวหาเจ้าหน้าที่ จึงทำการแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ส่วนกรณีรถจักรยานยนต์วิบาก จะให้เวลาเจ้าของรถหาเอกสารมายืนยัน หากหาไม่ได้จะต้องถูกดำเนินคดีที่ไม่ชำระภาษีนำเข้า ซึ่งมีอัตราโทษปรับ 20% ของราคาประเมินรถ ตั้งแต่ 5-15 เท่า โดยรถที่ประกาศขาย 25,000 ปรับ 20% เท่ากับ เท่าละประมาณ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ว่าจะปรับกี่เท่า
