จากกรณีข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ พาลูกสาววัย 19 ปี เข้าร้องทุกข์กับกับมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ว่า ลูกสาวถูกอดีตสามีใหม่ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายภาพและถ่ายคลิปขณะอาบน้ำ พร้อมกับลวนลามมานานหลายปี จึงได้เข้าร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 หรือสพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 และแจ้งความกับตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เรื่องราวได้ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแต่ยังไม่คืบหน้า อ่านข่าว : แม่สุดทนแจ้งจับผัวใหม่ เป็นถึง ผอ.โรงเรียน แอบถ่ายลูกสาวอาบน้ำ บอกเอาไว้ช่วยตัวเอง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายกิตติพศ พลพิลา ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากทางศึกษาธิการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผอ.โรงเรียนดังกล่าว และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว โดยมีผลสรุปว่ามีความผิดตามที่มีผู้ร้องจริง ทางคณะกรรมการจึงมีมติให้ปลดผอ.โรงเรียนดังกล่าวออกจากราชการ และเสนอเรื่องเข้ามายังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพิจารณา และล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติปลดผอ.ออกจากราชการเช่นกัน จากนั้น จะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้ดำเนินการอย่าช้าภายในสัปดาห์นี้ อ่านข่าว : ตั้งกก.สอบผอ.หื่นถ่ายคลิปลูกเลี้ยงอาบน้ำ จ่อแจ้งข้อหาอนาจารเด็กต่ำกว่า 15 ปี

นายกิตติพศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในการประชุมนายอรรถพล ตรึกตรอง ศึกษาธิการภาค 12 ซึ่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยในการประชุมมีวาระสำคัญในเรื่องการพิจารณาการกระทำผิดวินัยร้ายแรงของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียน และการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ซึ่งในที่ประชุมนายอรรถพลได้เสนอแนวทางการปฏิบัติการลงโทษทางวินัยกับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกร้องเรียน และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบแล้วพบมีมูลความผิด และถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงใน 3 กรณี 1.กรณีล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียน 2.ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และ 3.กรณีเสพหรือจำหน่ายยาเสพติด

ให้ผู้มีอำนาจตามตรา 53 คือศึกษาธิการจังหวัด สั่งให้ออกราชการไว้ก่อนทุกราย เพื่อให้การเร่งรัดการดำเนินการทางวินัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดทางวินัยของราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่รายการศึกษาในจังหวัด โดยที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติเห็นชอบในข้อเสนอดังกล่าว และให้แจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 4 เขต ให้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ด้าน ข้าราชการครู กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องตนได้ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาวกระทั่งผลสอบออกมาดังกล่าว ซึ่งตนและลูกสาวขอขอบคุณทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ศึกษาธิการจังหวัด และมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรีที่ให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวในครั้งนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน