วันที่ 8 มี.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบชภ.7 พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม นายวรเชษฐ์ สัจจาลักษณ์ ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 7 ฝ่ายปกครองและทหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดและของกลาง ตามแผนปฏิบัติการ พิทักษ์ประชา 61/3 (7ประจัญบาน) ระหว่างวันที่ 1 ก.พ.-1 มี.ค. หลังจากที่กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 882 เป้าหมาย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เนื่องด้วยรัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดกวดขันจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้าและส่งออก รวมทั้งผู้สมคบและผู้สนับสนุนช่วยเหลือขบวนการยาเสพติด โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว เพื่อทำลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ผู้ให้การสนับสนุนและทำลายเส้นทางการเงินของผู้ร่วมขบวนการโดยบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาด

พล.ต.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติพิทักษ์ประชา 61/3 ซึ่งในกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วย สนธิกำลังร่วมกันกว่า 2,463 นาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้จำนวน 2,452 คดี จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2,516 คน เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ 656 คน ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 คน สามารถตรวจยึดกลางยาเสพติดเป็น ยาบ้า 398,826 เม็ด ยาไอซ์ 251.9 7 กิโลกรัม กัญชา 237.98 กรัม และ อาวุธปืนอีก 120 กระบอก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดทรัพย์ตามพรบ.มาตรการฯ บ้านและที่ดิน 1 หลัง รถโดยสาร 1 คัน รถยนต์ 32 คัน รถทัวร์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 62 คัน ทองรูปพรรณมูลค่า 1,094,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้นจำนวน 11,949,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน