2 แสนหายวับ ไฟไหม้โรงรมยางพารา เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัด ใช้เวลา 30 นาที เผยลูกสาวเจ้าของสติดี ได้ยินเสียงคล้ายไฟไหม้ ออกมาดูก่อนรีบแจ้ง

เมื่อเวลาประมาณ 22.50 น. วันที่ 14 มี.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุสื่อสารนางฟ้า (หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครตรัง) รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงรมยางพารา (ยางแผ่นรมควัน) เลขที่ 171 หมู่ 10 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง

รุดตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อม รถดับเพลิง เทศบาล ต.โคกหล่อ เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงและกู้ภัย มูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ ด.ต.จเร พรมดาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง

ที่เกิดเหตุเป็นโรงรมยางพารา มีห้องอบทั้งหมด 5 ห้อง แต่ที่มีแผ่นยางพาราอบอยู่ 2 ห้อง พบว่าห้องที่ 2 เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ ลุกลามมาห้องที่ 1 บางส่วน และมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา

เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงจึงเร่งใช้รถดับเพลิง 2 คัน เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้ยางแผ่นรมควัน และฉีดสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถยับยั้งเพลิงและป้องกันไม่ให้เกิดการปะทุซ้ำหรือลุกลามไปได้

ด้าน น.ส.ชุติมณฑน์ สงปราบ อายุ 28 ปี ลูกสาวเจ้าของโรงรม บอกว่า ประกอบกิจการนี้มาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว มีบ้านอยู่ติดกับโรงรม ก่อนเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้านและนอนกันทั้งหมดแล้ว แต่ตนยังไม่นอน ได้ยินเสียงปะทุ ดังคล้ายเสียงไฟไหม้ ดังปะทุออกมา เหมือนกับเพลิงไหม้ยาง แต่ยังไม่ได้กลิ่นควันไฟ

เอะใจเดินออกมาดู พบว่ามีควันพวยพุ่งออกมาจากประตูห้องรมยางจำนวนมาก ทั้งๆที่การรมยางปกติจะไม่มีควันไฟออกมามากขนาดนั้น จึงรู้และเข้าใจได้เลยว่าไฟลุกไหม้แล้ว รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง โดยตอนนั้นมองไม่เห็นเปลวไฟ เพราะกลุ่มควันดำมีเยอะมาก

เบื้องต้นยางที่รมอยู่ 2 ห้อง ถ้านับตามจำนวนน้ำยางก็ประมาณ 6 ตัน แบ่งเป็นเตาหรือห้องละ 3 ตัน ความเสียหายเบื้องต้น ตีเป็นมูลค่าประมาณ 2 แสนบาท แต่ยังไม่รวมความเสียหายของเตาอบ ถ้ารวมไปด้วยก็มากกว่า 2 แสนบาท

ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากไฟที่ใช้ในการอบแรงเกินไป ทำให้ยางแผ่นละลาย ตกลงไปในช่องไฟด้านล่าง และกลายเป็นเชื้อเพลิง ประกอบกับคุณภาพของยางพาราในช่วงนี้จะเป็นยางที่เปอร์เซ็นต์ของยางต่ำมาก ทำให้ยางละลายได้ง่าย

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะสรุปถึงสาเหตุที่แน่ชัด พร้อมประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน