ประธานสภาฯท่องเที่ยวเชียงใหม่ ค้านประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน รับมือ PM2.5 ขอร้องอย่าปิดเมือง ชี้เลวร้าย กระทบ 2 เด้ง นักท่องเที่ยวหาย แต่ฝุ่นยังอยู่
วันที่ 17 มี.ค.2567 นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาฯท่องเที่ยวเชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ความว่า สถานการณ์ PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ณ วันที่ 17 มี.ค.67 ถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและคนอาศัยอยู่เชียงใหม่ ครับ
- เศรษฐา แจงไม่ประกาศเชียงใหม่เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน หลังค่าฝุ่นสูง เหตุส่งผลลบมากกว่า
- พิธา เสนอแก้ไฟป่า ต้องเตรียมการล่วงหน้า เอาสถิติมาวิเคราะห์ ชี้ ปัญหา 90% เป็นเรื่องลำเลียงขนส่ง
แต่การที่มีผู้เสนอให้ ประกาศให้ จ.เชียงใหม่ เป็นเขตพื้นที่ฉุกเฉิน หรือประกาศเป็นพื้นที่ประสบ”ภัยพิบัติ” นั้น กระผมขอเห็นค้านครับ เพราะจะเป็นการซ้ำเติม เพิ่มปัญหาให้เชียงใหม่ครับ อาจส่งผลกระทบเลวร้าย เป็น 2 เด้ง
เพราะว่า
1.ฝุ่นก็ยังไม่หาย กระทบสุขภาพ
2.แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายหมดเสียก่อนเมื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติครับ
ตัวเลขผู้โดยสารต่างประเทศ บินตรงเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 -16 มีค.67 รวม 52,416 คน

อย่างน้อยก็มีเม็ดเงินเข้ามาให้คนเชียงใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เลี้ยงปากท้องทางตรง กว่า 1,000 ล้านบาท ถ้าปิดเมือง หรือประกาศเขตฉุกเฉินไปแล้ว สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ร้านค้าของที่ระลึก ,รถรับจ้าง และ มัคคุเทศก์ จะเป็นอย่างไร?

ผมเกรงว่าปัญหาจะบานปลาย เกิด NPL วนกลับมาอีกครับ

ในนาม สภาฯท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่. ขอร้องอย่าปิดเมือง อย่าประกาศให้เชียงใหม่เป็นเขตภัยพิบัติ “ฉุกเฉิน” เลยครับ