ผู้ค้าชายแดนแม่สอด นัดชุมนุมใหญ่ 24 มี.ค.จี้รัฐปราบพวกลักลอบวัวเถื่อนจริงจัง หลังไร้คำตอบจากอธิบดีกรมปศุสัตว์ ยกเลิกคำสั่งนำเข้าวัวพม่า
วันที่ 18 มี.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือเชิญชวนส่งไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งโคกระบือ ,ผู้ประกอบการกลุ่มเกษตรกรค้าโคกระบือ ,กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจฟางอัดก้อนและกลุ่มผู้ประกอบการอาหารสัตว์ ให้เกษตรกรกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งชะลอการนำเข้าโคกระบือ ของกรมปศุสัตว์ รวมพลในวันที่ 23 มี.ค. ณ ที่ทำการตลาดค้าโคกระบือแม่สอด ตั้งแต่เวลา 09.30น. เป็นต้นไป เพื่อชุมนุมวันที่ 24 มี.ค.2567
หนังสือขอเชิญเข้าร่วมชุมนุม ระบุว่า เนื่องจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศคำสั่งชะลอการนำเข้าหรือการผ่านราชอาณาจักร ซึ่งโค กระบือ แพะ แกะ จากประเทศเมียนมาทั้งหมด 5 ฉบับ รวมเวลากว่า 13 เดือน
ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือและเรียกร้องไปยังกรมปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหา ทำให้กลุ่มต่างๆที่ค้าขายกับชายแดนได้รับความเดือดร้อน กระทบต่อธุรกิจจากสถานการณ์นี้จนประสบวิกฤตทางการเงิน จึงแจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากทุกกลุ่มร่วมเข้าชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางผู้ประกอบการค้าขายชายแดนแม่สอดเคยนัดรวมตัวเพื่อชุมนุมปิดหน้าแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ได้รับการประสานให้เข้าร่วมพูดคุยกับนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมัคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในวันที่ 12 มี.ค. จึงตัดสินใจเลื่อนการชุมนุมออกไปเนื่องจากตัวแทนกลุ่มต้องการรอฟังคำตอบในการแก้ไขปัญหาชะลอการนำเข้าโค กระบือ แพะ แกะ จากอธิบดีกรมปศุสัตว์
รายงานข่าวแจ้งว่า การพูดคุยกับอธิบดีกรมปศุสัตว์เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางตัวแทนผู้ประกอบการฯ ได้ชี้แจงปัญหาผลกระทบจากการออกคำสั่งชะลอการ นำเข้าโค กระบือ แพะ แกะ ฯลฯ ที่กระทบต่อการประกอบอาชีพของกลุ่มเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง
อาทิ กลุ่มอาหารสัตว์ กลุ่มรถบรรทุกขนย้ายสัตว์ และยืนยันว่าปัญหาการนำเข้าโคจากเมียนมา ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาโคในประเทศตกต่ำ แต่เกิดจากการนำเข้าเนื้อแช่แข็งจากต่างประเทศ รวมถึงการที่ภาครัฐส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคต่างๆจำนวนมากแล้วไม่ได้หาตลาดรองรับจึงเกิดภาวะล้นตลาด
ดังนั้น ขอให้กรมปศุสัตว์ พิจารณาทบทวนประกาศคำสั่งดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ประกอบการฯ พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง การกักโรค ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดทุกขั้นตอน
ในขณะที่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ รับฟังปัญหา และรับหนังสือจากกลุ่มผู้ประกอบการฯ โดยกล่าวว่าจะนำปัญหาต่างๆไปหารือกับผู้มีอำนาจอีกครั้ง รวมถึงไปหารือกับกลุ่มผู้คัดค้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโคขุนในประเทศ ซึ่งเบื้องต้นทางอธิบดีฯ ไม่ได้กำหนดวันเวลาตอบหนังสือให้แก่ผู้ประกอบการฯ ได้ทราบชัดเจน
นายพิเชษฐ์ นิลนนท์ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจฟางอัดก้อน จ.สุโขทัย ,พิษณุโลก ,อุตรดิตถ์ และกำแพงเพชร หนึ่งในตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการที่เดินทางไปพูดคุยกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา กล่าวว่า ได้อธิบายเรื่องความเดือดร้อนต่างๆจากผลกระทบของประกาศชะลอการนำเข้าโค กระบือ แพะ แกะ ตลอด 13 เดือนที่ผ่านมา โดยเงื่อนไขแนวทางการปฏิบัติของกรมปศุสัตว์กลุ่มผู้ประกอบการยินดีจะปฏิบัติตามทุกอย่าง
“กรมปศุสัตว์ยืนยันเรื่องการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในวัว ทางอธิบดีจะให้มีการตรวจโรคแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งต้องนำผลตรวจเข้าห้องแลป ผมก็ว่าดี ตัวไหนที่ไม่ติดโรคก็รอดไป ตัวไหนติดโรคก็มีวิธีแก้ไข
1.คือให้เจ้าของวัวที่เป็นชาวกะเหรี่ยงเอาวัวกลับไป
2.คือถ้าไม่เอากลับ ถามว่าเนื้อวัวที่มีเชื้ออยู่นั้นนำมากินได้หรือไม่ เขาว่าทำสุกก็กินได้ เราก็จะขอซื้อในราคาถูกเพื่อทำเนื้อขาย
ประเด็นที่จะต้องนำวัวมาตรวจโรคแบบเข้มข้นนี้เราให้ความร่วมมือ ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎของกรมปศุสัตว์ เรื่องลักลอบวัวเถื่อนผมก็บอกว่าคอกไหนเอาวัวเข้ามาให้อธิบดีจับเลย เอาให้จริง ยึดใบประกอบการ ทางคอกที่ทำถูกต้องจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ เราไม่เห็นด้วยกับคนที่ทำผิดเพราะเราซวยไปด้วย” นายพิเชษฐ์ กล่าว
ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจฟางอัดก้อน กล่าวอีกว่า การพูดคุยกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบว่าจะเปิดด่านให้นำเข้าโค กระบือ แพะ แกะ เมื่อไหร่
“คงเห็นว่าจะมีการชุมนุมเลย เอาเราไปกล่อม ผมว่าจริงๆไม่จำเป็นหรอก เสียเวลา ใครจะอยากไป กทม. อธิบดีรับปากแค่ว่าจะเร่งประสานงานกับชุดของพวกเขา เราก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้าง จะเป็นผู้มีอำนาจเหนืออธิบดีหรืออะไรก็แล้วแต่ เราเคยไปคุยกับรัฐมนตรี ท่านก็ว่ายินดีที่จะสนับสนุนเรา ย้อนกลับมาถามอีกว่ามันติดขัดตรงไหน ก็ถ้าพวกท่านที่เป็นรัฐมนตรี เป็นอธิบดีไม่รู้ แล้วใครจะรู้” นายพิเชษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในระหว่างการพูดคุยทางตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการได้ให้เวลากับกรมปศุสัตว์ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือมีคำตอบที่ชัดเจนก่อนวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งจะเป็นวันรวมทุกกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
“มันสุกงอมกันหมดแล้ว หมดบ้าน หมดรถ หมดที่ดิน คำว่าเดือดร้อนไม่ใช่แค่เดือดร้อนธรรมดาแต่แสนสาหัสเลย ท่านลองคิดดูหน่อยว่าเราก็ยอมหมดทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าระเบียบของกรมออกมาจะให้เราปฏิบัติอย่างไร ผมนั่งคุยตั้งแต่ 10 โมงจนถึงบ่าย 2 ไม่รู้จะคุยเพื่ออะไร” นายพิเชษฐ์ กล่าว