รวบยูทูบเบอร์ ดัง ชาวโปแลนด์ ผู้ติดตาม 18.1 ล้านคน ลอบเปิดสอนโยคะเซ็กซ์ บนเกาะพะงัน ไม่มีใบอนุญาต ผงะอุปกรณ์ลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย 2 อัน
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน สนธิกำลังร่วมกับ กก.สืบสวน.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะพะงัน สภ.เกาะพะงัน ได้รับการร้องเรียนว่า มีชาวต่างชาติ จัดสอนโยคะ สุ่มเสี่ยงต่อการอนาจารทางเพศ ซึ่งเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ในสถานที่ใน ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จึงสั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติจำนวนหนึ่ง กำลังทำกิจกรรมในสถานที่ดังกล่าว เมื่อกลุ่มชาวต่างชาติเห็นเจ้าหน้าที่มีทีท่าพิรุธ และเกิดอาการตื่นตระหนก พยายามที่จะวิ่งหลบหนี จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นลูกค้าที่มาเรียนโยคะ ต่อมามีนายมิเคล กริกอรุค อายุ 46 ปี สัญชาติโปแลนด์ มาแสดงตัวเป็นเจ้าของ Tantra Movement
นายมิเคล ให้การว่า สถานที่ดังกล่าวตนเปิดเป็นสถาบันสอนโยคะ ซึ่งสอนโยคะในลักษณะต่าง ๆ เช่น Early Bird Individual ราคา 400 ดอลล่าร์สหรัฐ / 3 วัน Early Bird Couplesราคา 550 ดอลล่าร์สหรัฐ / 3 วัน Normal Price Individual ราคา 450 ดอลล่าร์สหรัฐ / 3 วัน และ Normal Price Couples ราคา 600 ดอลล่าร์สหรัฐ / 3 วัน หลังจากที่ชำระเงินตามคอร์สเรียนข้างต้นแล้ว ก็จะส่งพิกัดของ Tantra Movement ให้กับลูกค้า และจะนัดแนะในวันและเวลาที่มีการเรียนการสอบโยคะ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเข้าไปตรวจสอบภายในพื้นที่ที่มีการเรียนการสอนโยคะ พบอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย 2 อัน จึงตรวจยึดไว้
สอบถามนายมิเคล ให้การว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้ในการเรียนการสอนโยคะในแต่ละคอร์ส เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน นายมิเคลให้การว่า ไม่มีใบอนุญาตทำงาน
สำหรับ นายมิเคล กริกอรุค อายุ 46 ปี สัญชาติ โปแลนด์ เป็นยูทูบเบอร์ ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามกว่า 18.1 ล้านคน
เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายมิเคล กริกอรุคอายุ 46 ปี สัญชาติโปแลนด์ ให้การยอมรับว่า เป็นเจ้าของและทำงานที่สถาบัน Tantra Movement จริง และไม่มีใบอนุญาตทำงาน จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2520
จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเสนอต่อตรวจคนเข้าเมืองเพื่อพิจารณาเพิกถอนวีซ่าต่อไป







