ศรีสะเกษ จัดทีมแพทย์ นักจิตวิทยาดูแลครอบครัวหนุ่มแรงงานไทย เสียชีวิตจากเหตุโรงงานระเบิดที่ไต้หวัน เมียยังช็อกร้องไห้โฮ เล่าเพิ่งคุยกันตอนกลางคืน เช้าได้ข่าวร้าย วอนช่วยพาศพกลับบ้านเกิด
วันที่ 26 มี.ค.2567 จากกรณีแรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุการณ์ระเบิดที่โรงงานอะลูมิเนียม ที่ประเทศไต้หวัน โดยเรื่องนี้ที่บ้านเลขที่ 110/3 หมู่ 11 บ้านโพธิ์ลังกา ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นพ.อธิบ ลีธีระประเสริฐ ผอ.รพ.กันทรารมย์ นำนักจิตวิทยามาให้ดูแลครอบครัวของนายศักดา ยุรยาตร อายุ 37 ปี 1 ในแรงงานไทยที่เสียชีวิต
เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก ขณะที่นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ มอบหมายให้ นายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อม น.ส.อรนุช จันทรชิต แรงงานจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นำเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้ นางอำมะรา ยุรยาตร มารดาและ น.ส.สุวคนธ์ เขียวอรุณ อายุ 32 ปี ภรรยา เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น
น.ส.สุวคนธ์ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า เป็นเรื่องกะทันหันมากทำให้ตั้งตัวไม่ได้ ไม่คิดว่าสามีจะจากตนกับลูก 2 คนไปเร็วขนาดนี้ เนื่องจากเราโทรคุยกันทุกวันเวลาเลิกงาน สามีจะโทรมาคุยกับตนและลูกทุกวัน ปีกว่าที่ทำงานอยู่ที่ไต้หวันไม่มีวันไหนที่สามีจะไม่เคยโทรมาหาลูกกับตนเลย วันเกิดหรือวันสำคัญอะไรก็จะมีของรางวัลให้ลูกเสมอ
” การไปทำงานที่ไต้หวันก็เพื่ออนาคตของลูกๆ ไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุเลย ตอนกลางคืนเรายังได้คุยกันอยู่เลยไม่คิดว่าจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้าย วันที่ญาติโทรมาบอกสามีเสียชีวิตแล้วตอนแรกก็ไม่เชื่อ คิดว่าไม่เป็นไรอาจจะแค่ได้รับบาดเจ็บแต่สุดท้ายได้รับแจ้งสามีเสียชีวิต ทำอะไรไม่ถูกเลย พอลูกได้ยินข่าวพ่อเสียชีวิตก็ร้องไห้โฮ
” ความฝันที่เราคุยกันไว้เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย เราอยากมีบ้านให้ลูก มีรถให้ลูก ให้ลูกได้เรียนหนังสือจนจบสูงๆ เรายังไปไม่ถึงไหนเลย สามีก็มาจากหนูกับลูกไปแล้ว ขอฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีหากเป็นไปได้โปรดช่วยนำศพของสามีกลับมาทำบุญที่เมืองไทยบ้านเกิดด้วย แต่ถ้าหากว่ามันไม่ได้หรือยังไงก็ขอให้นำแค่อัฐิกระดูกกลับมาให้ครอบครัวได้ทำบุญที่บ้านเกิดด้วย เบื้องต้นได้พูดคุยกับบริษัทที่ส่งไปทำงานว่าจะเดินทางไปเผาศพและนำเอากระดูกกลับมา แต่ยังไม่มีข้อสรุป ”
ขณะที่นายชัยยงค์ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ระบุ ตนพร้อมส่วนราชการมาเยี่ยมเพื่อให้มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป ส่วนที่ญาติพี่น้องเรียกร้องขอให้ช่วยนำศพหรือกระดูกผู้เสียชีวิตกลับมาบำเพ็ญกุศลนั้น เรื่องนี้ก็จะต้องดูว่าความเหมาะสมในการเคลื่อนย้ายหรือไม่ เนื่องจากเท่าที่ทราบการเสียชีวิตลักษณะนี้เที่ยวบินส่วนใหญ่จะไม่รับศพ
เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้บริษัทผู้ว่าจ้างที่ประเทศไต้หวันก็อาจจะฌาปนกิจศพและให้ญาติที่สนิท 2 – 3 คนไปดูร่างของผู้เสียชีวิตด้วยว่าใช่หรือไม่ เพื่อประกอบการฌาปนกิจศพและนำกระดูกกลับคืนมาสู่ภูมิลำเนาที่จ.ศรีสะเกษ เพื่อทำบุญต่อไป



