ระทึก นั่งร้านทรุด ปั้นจั่น ล้มใส่เสาไฟฟ้าโค่น 7 ต้น ทับบ้าน-รถพังเสียหาย ไฟดับเป็นวงกว้าง มีคนได้รับบาดเจ็บ สาวเผยนาทีเฉียดตาย

วันที่ 27 มี.ค.2567 พ.ต.ท.ชุมพล ทรงงาม สารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุปั้นจั่นโค่นทับบ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ เสาไฟฟ้าหักโค่น บริเวณถนนกลางซอยถนน คชสาร 1 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม น.ส.สุดารัตน์ ใจแคล้ว สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าโขลง หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาคลองหลวง

ที่เกิดเหตุพบปั้นจั่นที่มีความสูง 17 เมตร อยู่ระหว่างตอกเสาคอนกรีตโครงการเขื่อนป้องกันดิน ค.ส.ล.พร้อมขยายผิวจราจร โค่นลงมาทับบ้านเรือนประชาชนส่งผลให้บ้านเลขที่ 35 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านแบบชั้นเดียวประกอบกิจการเป็นร้านโชว์ห่วยได้รับความเสียหาย บุคคลภายในบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

ระทึก นั่งร้านทรุด ปั้นจั่น ล้มใส่เสาไฟฟ้าโค่น 7 ต้น ทับบ้าน-รถพังเสียหาย ไฟดับเป็นวงกว้าง มีคนได้รับบาดเจ็บ

ระทึก นั่งร้านทรุด ปั้นจั่น ล้มใส่เสาไฟฟ้าโค่น 7 ต้น ทับบ้าน-รถพังเสียหาย ไฟดับเป็นวงกว้าง มีคนได้รับบาดเจ็บ

ประกอบด้วย น.ส.จารุวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14ปี ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่เกิดเหตุยังพบเสาไฟฟ้าสูง 12 เมตร หักโค่น 7 ต้น ทับรถยนต์เสียหาย 2 คัน คือ รถกระบะและรถบรรทุก 6 ล้อ ส่งให้การจราจรในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้ ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

จากการสอบถาม น.ส.รษา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่ภายในรถกระบะโดยนั่งข้างคนขับ ก่อนที่จะพบว่าปั้นจั่นและเสาไฟฟ้ากำลังหักโค่นลงมา ทับรถยนต์ที่ตนนั่งอยู่ที่กำลังผ่านในเส้นทางเสียงดังสนั่น โชคดีที่ตนและคนขับที่กำลังขับรถกลับบริษัทไม่ได้รับบาดเจ็บ

ด้าน นายเพ็ง อายุ 23 ปี สัญชาติลาว คนงานประจำปั้นจั่น กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังจะตอกเสาเข็มคอนกรีตแต่นั่งร้านที่เป็นเสาไม้สนเกิดการทรุดตัวทำให้ปั้นจั่นเกิดการเอียง ตนจึงกระโดดออกมาด้านนอก ก่อนที่ปั้นจั่นจะโค่นทับเสาไฟฟ้า บ้านเรือนประชาชน และรถยนต์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

พ.ต.ท.ชุมพล กล่าวว่า ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพเป็นหลักฐานและสอบปากคำบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์และหาผู้กระทำการโดยประมาทมาดำเนินคดีทางกฎหมายและประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าทำการซ่อมแซมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน