กาญจนบุรี ทะลักไม่หยุดแรงงานต่างด้าว จับ 2 วัน 97 คน ผู้นำพา 5 ราย เกิดเหตุระทึก ตร.ด่านฯทองผาภูมิ กระโดดขึ้นรถแก๊งขนแรงงานพม่า พร้อมขับตามไล่ล่าหนีไกล 5 กม. สุดท้ายไม่รอด
28 มี.ค. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม(ปป.)

สั่งการให้ พ.ต.อ.มนตรี แตงโต ผกก.สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.คณิศร พันบุดดา รอง ผกก.ป.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ท.ธีรพร วิจิตรบรรณการ รอง ผกก.สส.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ต.วีระชัย เกษเกษร สว.สส.สภ.ทองผาภูมิ ว่าที่ พ.ต.ต.ประสิทธิ์ วันเพ็ญ สวป.สภ.ทองผาภูมิ
สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดที่ลักลอบนำเข้าจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะยาเสพติด แรงงานผิดกฎหมายและสินค้าการเกษตร

ผู้บังคับบัญชา รับแจ้งจากสายข่าวว่า พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ใต้ถุนบ้านเลขที่ 454/1 หมู่1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ของนายบุญเลิศ บริสุทธิ์ อายุ 44 ปี
จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ธนศักดิ์ โอภาส ร.ต.อ.วุฒิชัย กอบศิลป์ ร.ต.ท.อนันต์ ต้นพงษ์ ร.ต.ต.รุ่งโรจน์ สูงใจวงษ์ ร.ต.ต.สมภพ ขันธ์คำ ด.ต.ธรรมนูญ สมพงษ์ ด.ต.เสกสรรค์ ไชใยเย็น ด.ต.กำพล สันติธรรมสุทธิ์ จ.ส.ต.ชนกานต์ แก้วอยู่ จ.ส.ต.ภมรพล ภมร ส.ต.อ.ภูมิศิริ สอนเครือ ส.ต.ท.จงรัก นามศรี ส.ต.ต.ณัฐพงษ์ วังป่า

ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.135 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.6 กก.2 บก..ทล เจ้าหน้าที่ทหารหน่วย ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ทองผาภูมิ นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบแรงงานชาวเมียนมาหลบซ่อนตัวอยู่จริง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวเอาไว้ได้จำนวน 9 คน เป็นชายทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นายบุญเลิศ บริสุทธิ์ เจ้าของบ้าน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “ช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม”

ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 9 คน ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิหมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ พบรถยนต์กระบะคอก ยี่ห้อ มิซซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีเทา หมายเลขทะเบียน บว 4316 กาญจนบุรี ขับตามหลังรถบรรทุกพ่วง มาจากทางด้าน อ.สังขละบุรี

เมื่อมาถึงด่านตรวจ ร.ต.ต.สมภพ ขันธ์คำ หรือ หมวดหมู รอง สวป.สภ.ทองผาภูมิ ได้ส่งสัญญาณมือพร้อมเคาะกระจกรถเพื่อเรียกให้หยุด แต่คนขับไม่ยอมและได้พยายามขับหลบหนี หมวดหมู จึงตัดสินใจกระโดดขึ้นไปบนรถพร้อมตะโกนให้คนขับหยุดตลอดทาง เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิเห็นเหตุการณ์ จึงรีบขอกำลังเสริมแล้วขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
จนกระทั่งไปถึงบริเวณแยกองธิ หมู่ 2 ต.ท่าขนุน ที่อยู่ห่างจากด่านตรวจไปประมาณ 5 กิโลเมตร คนขับเห็นท่าว่าจะหนีไม่รอด จึงจอดรถทิ้งเอาไว้ข้างทางแล้วพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า แต่เจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งไล่ติดตามไปและสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล ทราบชื่อต่อมาคือนายพงศ์โชค ว่องวงค์อารี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/7 หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
จากการตรวจค้นภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งแออัดกันอยู่ภายในห้องโดยสารทั้งบริเวณเบาะหน้าและแคปหลัง นับรวมกันได้จำนวน 10 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 3 คน หลังจากเจ้าหน้าที่คุมตัวเอาไว้ได้ จึงนำรถยนต์พร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่จุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ
โดยมี พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม(ปป.) หัวหน้าชุดควบคุมด่านความมั่นคงตามแนวชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภาค 7 เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองโดยมี พ.ต.อ.มนตรี แตงโต ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ร่วมสอบปากคำด้วย
จากการสอบสวน นายพงศ์โชค ว่องวงค์อารี ผู้ต้องหาที่เป็นคนไทยให้การยอมรับสารภาพในเบื้องต้นว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับการว่าจ้าง จากนายโช (ไม่มีนามสกุล) ชาวเมียนมา ให้ไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวในพื้นที่ อ.สังขละบุรี แล้วให้นำไปส่งที่บริเวณทางแยกบ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
เมื่อไปถึงก็จะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง โดยตนจะได้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 8,000 บาท ระหว่างเดินทางมาถึงจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ ตนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ จึงอาศัยขับตามหลังรถพ่วงที่อยู่ด้านหน้า เพราะหวังว่าเอาไว้เจ้าหน้าที่จะไม่ใส่ใจเรียก
แต่สุดท้าย มาถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ตนจึงตัดสินใจเหยียบคันเร่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระโดดขึ้นมาบนรถและพยายามตะโกนเรียกให้ตนหยุด แต่ตนไม่ยอม ต่อมามีรถเจ้าหน้าที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ตนเห็นท่าไม่ดีจึงจอดรถแล้วพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวของตนเอาไว้ได้
ขณะที่กลุ่มแรงงานที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ได้ ให้การผ่านล่ามแปลว่า พวกตนหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยด้วยการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จากนั้นมีผู้นำพาเดินลัดเลาะหลีกเลี่ยงด่านตรวจของไทยหลายด่านจนปลอดภัย กระทั่งนายพงศ์โชค ได้ขับรถยนต์กระบะมารับไปทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยจะจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าคนละ 8,000-10,000 บาท ระหว่างเดินทางก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน
หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวนายพงศ์โชค ว่องวงค์อารี ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “ช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” ส่วนแรงงานต่างด้าว 9 คน ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” สำหรับเหตุการณ์ก่อนที่ ร.ต.ต.สมภพ ขันธ์คำ หรือหมวดหมู รอง สวป.สภ.ทองผาภูมิ จะตัดสินใจกระโดดขึ้นรถนั้น กล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้สามารถจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้อย่างชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 18.30 น. ของวันเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาข้างต้นได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยว่า จะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย หลบซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณชายป่าบ้านวังหิน หมู่ 1 ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ธนศักดิ์ โอภาส ร.ต.อ.วุฒิชัย กอบศิลป์ ร.ต.ท.อนันต์ ต้นพงษ์ ร.ต.ต.รุ่งโรจน์ สูงใจวงษ์ ร.ต.ต.สมภพ ขันธ์คำ ด.ต.ธรรมนูญ สมพงษ์ ด.ต.เสกสรรค์ ไชใยเย็น ด.ต.กำพล สันติธรรมสุทธิ์ จ.ส.ต.ชนกานต์ แก้วอยู่ จ.ส.ต.ภมรพล ภมร ส.ต.อ.ภูมิศิริ สอนเครือ ส.ต.ท.จงรัก นามศรี ส.ต.ต.ณัฐพงษ์ วังป่า ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.135 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.6 กก.2 บก..ทล เจ้าหน้าที่ทหารหน่วย ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ทองผาภูมิ นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงจุดรับแจ้งพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบซ่อนตัวอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันปิดล้อมพร้อมส่งสัญญาณเข้าจับกุมตัวกว่าจะจับกุมตัวได้ทั้งหมดต้องใช้เวลานานพอสมควร จากนั้นให้มานั่งรวมกลุ่มโดยแยกชายหญิงออกจากกัน นับรวมกันได้ จำนวน 35 คน เป็นชาย 25 คน หญิง 10 คน โดยมี 8 คน เป็นลูกของแรงงานต่างด้าวที่ยังเป็นเด็กและเยาวชนที่พ่อแม่นำพาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วย
ซึ่งแรงงานทั้งหมดต้องการเดินทางไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นในของไทย หลังจากยอมรับสารภาพจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่จะส่งตัวให้กับ ตม.ผลักดันกลับสู่ประเทศต้นทางต่อไป
รายงานว่าเวลาประมาณ 17.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจตำบลชะแล อ.ทองผาภูมิ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมามาจาก อ.สังขละบุรี มุ่งหน้าไปทางจุดตรวจตำบลชะแล ด้วยการใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน บจ.3885 สมุทรสงคราม เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคอยสังเกตการณ์
จนกระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าวกำลังวิ่งผ่านหน้าจุดตรวจไปด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้คนขับหยุดรถ แต่คนขับไม่ยอมและได้ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตามไป แต่เนื่องจากท้องฟ้ากำลังมืดจึงเปิดสัญญาณไซเรนบนรถแล้วขับติดตามไป โดยรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหนีการจับกุมมุ่งหน้าไปทางด้านบ้านทุ่งนางครวญ ต.ชะแล เจ้าหน้าที่ชุดติดตามจึงประสานไปยังนายสุนทร วันทอง ผญบ.หมู่ 6 ให้นำเจ้าหน้าที่ ชรบ.ตั้งจุดตรวจจุดสกัด
เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวไปถึง คนขับได้เลี้ยวเข้าไปจอดหลบอยู่ภายในปั๊มน้ำมันของหมู่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวคนขับเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมชาย มิ่งขวัญ อายุ40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/16 หมู่ 3 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยมีนางสาวกานต์ชนิต จันทร์สมบูรณ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 3 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั่งมาด้วย จากการตรวจค้นภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งแออัดมาเต็มคันรถ จำนวน 6 คน เป็นชายทั้งหมด
โดยนายสมชาย และนางสาวกานต์ชนิต ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนางสาวมิรา ไม่ทราบนามสกุล ให้ไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวไปส่งที่จุดนัดหมายในพื้นที่จังหวัดชั้นในของไทย เมื่อไปถึงก็จะได้รับเงินค่าจ้างแต่ไม่ทราบว่าจะได้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ระหว่างเดินทางก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน
ขณะที่กลุ่มแรงงานให้การว่า พวกตนหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยด้วยการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู จากนั้นนั่งทั้งรถยนต์ ทั้งเดินเท้า และลงเรือมานานร่วม 6 วันแล้ว ขณะที่ผู้นำพากำลังไปส่งจังหวัดชั้นในก็มาถูกจับกุมเสียก่อน หลังจากผู้ต้องหายอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตำบลชะแล จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาแรงงานชาวเมียนมาได้หลบหนีเข้าเมืองทั้งวันทั้งคืน มีทั้งเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนผู้นำพาที่เป็นคนไทยถูกจับไปแล้วหลายราย แต่คนที่คิดจะทำรายใหม่ ก็ไม่เคยคิดจะเกรงกลัวกฎหมายเลยแม้แต่น้อยนิด ที่สำคัญผู้นำพาบางรายเป็นชาวเมียนมาหรือมอญ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานจนได้รับอนุญาตให้มีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลข 0 ให้อยู่ในประเทศไทยได้อย่างอิสระ แต่ต้องทำมาหากินด้วยความบริสุทธิ์ แต่ก็มีหลายรายที่ลักลอบทำมาหากินโดยผิดกฎหมายและถูกจับกุมมาแล้วหลายรายเช่นกัน
เช่นเมื่อเวลา 22.30 น.ของคืนวันที่ 26 มี.ค.67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ข้างต้นได้จับกุมตัวนายวิน ไม่มีชื่อสกุล อายุ 47 ปี ที่อยู่ 109/ช ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนุบรี เลขบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ขณะขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กร 693 กาญจนบุรี บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมามาเต็มคันรถ มากถึง 19 คน
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้บริเวณข้างรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ การที่นายวินฯผู้ต้องหาถูกจับกุมในคดีดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายไทยอย่างชัดเจน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาเพิกถอนบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หมายเลข 0 ของ นายวิน ทันที เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างของบุคคลเหล่านี้ ที่กำลังจะคิดทำผิดต่อไป