กินเหล้ากันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ เพื่อนถาม “2 ครั้งแล้วนะ” พอเค้นถามกลับไม่ได้คำตอบ คว้ามีดกระหน่ำแทง 7 แผล เสียชีวิตหน้าห้องพัก อ้าง ผู้ตายปรี่เข้ามาต่อย
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 1 เม.ย.2567 ร.ต.อ.ศราวุธ เสริมกลิ่น พนักงานสอบสวน สภ.บ้านคลองสวน รับแจ้งเหตุแทงกันภายในลานจอดรถห้องเช่าไม่มีชื่อ ม.4 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชาญชัย ฤทธิฦาชัย ผกก.สภ.บ้านคลองสวน, พ.ต.ท.รุ่งนภา เข็มทอง สว.สส.สภ.บ้านคลองสวน, เจ้าหน้าที่ตรวจฝ่ายสืบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์, แพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

กินเหล้ากันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ เพื่อนถาม “2 ครั้งแล้วนะ” พอเค้นถามกลับไม่ได้คำตอบ คว้ามีดกระหน่ำแทง 7 แผล เสียชีวิตหน้าห้องพัก
ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถด้านหน้าห้องเช่าห้องที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว พบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายณรงค์ศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สภาพศพมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณหลังมือซ้าย 1 แผล แขนซ้าย 1 แผล ใต้รักแร้ขวา 2 แผล ลำคอ 1 แผล ใต้ราวนมขวา 1 แผล และหน้าอกเหนือนมข้างซ้าย 1 แผล รวม 7 แผล
นายไพรัช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ผู้ก่อเหตุนั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสภาพมึนเมาสุรา เสื้อผ้าเปื้อนเลือด พูดจาวกวนลักษณะตัดพ้อกับตัวเองที่ลงมือทำร้ายผู้ตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว
ก่อนเข้าไปตรวจสอบห้องพักของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ติดกับห้องผู้ตาย พบอาวุธมีดพับปลายแหลมแบบพกพายาวประมาณ 15 เซนติเมตร มีคราบเลือดติดอยู่วางบริเวณปลายเตียงนอนในห้องเจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นางพรอุไร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี เพื่อนข้างห้องที่ได้ยินเสียงทะเลาะกัน กล่าวว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็น รปภ. อยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์เพราะนอนหลับอยู่ในห้องซึ่งอยู่ติดกัน
นางพรอุไร กล่าวต่อว่า กระทั่งได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกันอยู่หน้าห้องดังเข้ามาในห้อง จึงออกมาดู เห็นผู้ตายยืนอยู่หน้าห้องและมีเลือดไหลท่วมเต็มตัว ตนจึงพยายามเข้าไปช่วยประคองและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยให้รีบเดินทางมาช่วยเหลือ
นางพรอุไร กล่าวอีกว่า ระหว่างนั้นได้ยินผู้ตายพูดว่า “พี่ทำผมทำไม” ก่อนที่จะหมดแรงและล้มลงไปนอนกับพื้น ตอนนั้นตนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องตะโกนเรียกให้คนมาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว
นางพรอุไร กล่าวด้วยว่า ตนเห็นผู้ตายมาเช่าห้องนานหลายปี โดยปกติผู้ตายเป็นคนที่ดีมากและเป็นที่รู้จักกันในห้องเช่า ชอบซื้อของมาฝากตน และคนย่านห้องเช่าบ่อยครั้งส่วนสาเหตุที่แท้จริงตนไม่ทราบว่าเรื่องอะไร
จากการสอบสวน นายไพรัตน์ ให้การวกวนไปมาในลักษณะคล้ายคนเมาสุราพอจับใจความได้อ้างว่า เมื่อก่อนนี้ตนมีอาชีพเป็นพนักงานฝ่ายผลิตอยู่ในบริษัททำขนมเปี๊ยะแห่งหนึ่งย่าน ต.บ้านคลองสวน แล้วลาออกจากงานมาได้กว่า 10 ปี เนื่องจากป่วยเป็นโรคไตและไขข้ออักเสบ และมาเช่าห้องที่นี่มานานหลายปีแล้ว
นายไพรัตน์ กล่าวต่อว่า และรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีเนื่องจากมีห้องอยู่ติดกัน ก่อนที่จะมาลงมือเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนและผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันบริเวณหน้าห้องจนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. จึงได้ชักชวนกันไปนั่งกินต่อที่ร้านคาราโอเกะแถวซอยปิ่นมอญแยกจากซอยประชาอุทิศ 90 ก่อนที่จะกลับมาถึงห้องพักประมาณ 01.00 น.
นายไพรัตน์ กล่าวอีกว่า โดยตนกลับมาถึงห้องพักก่อนและผู้ตายจึงตามมา เมื่อมาถึงผู้ตายได้เอ่ยถามตนว่า “พี่มีปัญหากับผม ผมคาใจกับพี่ พี่น่ะสองหนแล้วนะ” ตนเลยแปลกใจว่าไปทำอะไรให้ผู้ตายโกรธ จึงพยายามเค้นถามอยู่หลายครั้งแต่ไม่ได้รับคำตอบ
นายไพรัตน์ กล่าวด้วยว่า พอตนพูดจบผู้ตายปรี่เข้ามาต่อยตนจึงพยามปัดป้องพัลวันจนหงายท้องลงไปกองกับพื้น แต่ด้วยอาการเมาตนสู้ไม่ได้ จึงคว้ามีดที่พกติดตัวมากระหน่ำแทงไม่ยั้งหลายครั้ง จนผู้ตายถอยตัวออกแล้วล้มลง จึงนั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายไพรัตน์ ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก ก่อนตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา พร้อมมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์พร้อมประสานญาติให้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


