แม่ร้องเพจดัง 18ล้อขนไม้แหกโค้ง ทับจยย.ลูกชาย ใครเห็นก็นึกว่าตาย แต่รอดมาได้อาการหนัก ต้องดรอปเรียน บาดเจ็บพิการอดสมัครเป็นทหาร งงเปลี่ยนตัวคนขับ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ นางไพรวัลย์ อายุ 47 ปี ชาวบ้าน บ้านทับกุง ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เข้าร้องเรียนกับนายภานุมาศ จิตรวศินกุล หรือเฮียเปี๊ยก เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย”

หลังลูกชายคือ นายชโยดม อายุ 20 ปี หรือ ราเมน “ประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกไม้ยูคาลิปตัสแหกโค้ง ไม้ที่บรรทุกมาเต็มคันรถตกหล่นทับขณะขับรถจักรยานยนต์กำลังจะกลับบ้าน จนได้รับบาดเจ็บเวลาผ่านมานานร่วมเดือน

ส่งผลกระทบกับน้องชายหลายด้าน ทั้งอดไม่ได้ไปรับใบประกาศทั้งๆ ที่จะจบปวส.วิทยาลัยเทคนิคแล้ว จนต้องดรอปเรียนวิชาสุดท้าย อีกอย่างคนเจ็บต้องการสมัครไปเป็นทหารเลยเป็นคนพิการสมัครไม่ได้ ส่วนเรื่องคดีไม่มีความคืบหน้า และคู่กรณีไม่มาเหลียวแล บอกจ่ายแค่ 15,000 เท่านั้น และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี”

ทั้งนี้เหตุการณ์นายราเมนถูกรถบรรทุกไม้ยูคาทั้งคันหล่นทับ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.67 เวลา 19.09 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ สินทะสิทธิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.หนองแสง จ.อุดรธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกไม้ยูคาลิปตัส สายพานที่รัดไม้ติดกับรถขาด ขณะรถเข้าโค้ง ทำให้ไม้จำนวนมากตกลงมาทับรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนมามีคนได้รับบาดเจ็บ

โดยรถบรรทุก 18 ล้อยี่ห้อ cimc ทะเบียนตัวพ่วง 70-5921 มหาสารคาม หัวลากทะเบียน 73-5282 สมุทรปราการ มีนางศิริพร อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น แสดงตัวเป็นคนขับ และทำพรบ.ไว้กับ บริษัท ประกันภัย แห่งหนึ่ง ส่วนจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีชมพู ทะเบียนชลบุรี 2566 มีนายชโยดม เป็นคนขับ เหตุเกิดที่บริเวณสามแยก หมู่ 7 ตำบลทับกุง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี

นางไพรวัลย์ แม่นายชโยดม เล่าว่า วันเกิดเหตุลูกชายขับรถจักรยานยนต์กำลังจะกลับบ้าน ขณะขับมาถึงจุดเกิดเหตุ สามแยกโนนกกบก รถบรรทุกพ่วงซึ่งบรรทุกไม้ยูคามาเต็มคันรถ เลี้ยวเข้าโค้งที่บริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นไม่รู้ขับมายังไงไม้ก็ไหลหล่นลงมา

จังหวะนั้นลูกชายขับรถมาสวนกลับรถบรรทุกพอดี ไม้ก็เทลงมาทับร่างลูกชาย ตอนนั้นน้องยังไม่ได้สติคนมาดูก็คิดว่าน้องตายแล้ว สักพักลูกชายกระดิกมือชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ก็เลยช่วยกันเอาไม้ออก กระทั่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังเข้าการรักษาพยาบาลน้องมีอาการกรามหักและไหล่หลุด หมอได้ผ่าตัดการเสริมกราม

ตอนเกิดเหตุคนขับรถบรรทุกไม่ยอมลงจากรถ คนที่มาอยู่ในเหตุการณ์เรียกลงมาให้ลงก็ไม่มีใครลงมา ปิดม่านและล็อกประตู จากนั้นคนขับก็ขยับรถออกไป และใช้เวลานานพอสมควรกว่าเขาจะลงมาจากรถ

“คนที่มาดูเหตุการณ์สังเกตเห็นพบว่า คนขับรถกับคนที่รับสารภาพเป็นคนละคนกัน โดยเห็นคนขับเป็นผู้ชาย ส่วนคนที่มารับสารภาพนั้นเป็นผู้หญิง จุดนี้เรามีพยานบุคคลเห็นว่าเปลี่ยนคนขับ เนื่องจากผู้ชายคนนั้นเมามาก

โดยมีคลิปหลักฐานที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนในช่วงนั้นเอาไว้ได้ สำหรับดิฉันมีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 28 ปี คนเล็กอายุ 20 ปี โดยเพิ่งเรียนจบชั้นปวส. และกำลังจะรับใบประกาศแต่ก็มาเกิดเหตุอุบัติเหตุ ต้องดรอปเรียนวิชาสุดท้ายด้วย ส่วนตัวแล้วก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นางไพรวัลย์ กล่าว

ล่าสุดอาการของน้องตอนนี้ก็พอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังคงมีอาการที่บริเวณช่วงคอ และไหล่ไม่เท่ากัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี ยังไม่เคยเชิญตนไปสอบปากคำ ร้อยเวรบอกแต่เพียงว่า ต้องรอใบชันสูตรร่างกายก่อน ถึงจะแจ้งข้อหาได้

นางไพรวัลย์ กล่าวว่า ทางคู่กรณีเองก็ไม่เคยติดต่อกลับมา มีแต่ฝั่งเราที่ติดต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยโทร เบื้องต้นเขาให้เงินมาจำนวน 15,000 บาท และซ่อมรถจักรยานยนต์ให้ 31,000 บาท บอกว่าจ่ายให้ได้แค่นี้

จนถึงตอนนี้เรื่องก็เงียบหายไป ซึ่งตนกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมกับคดีดังกล่าว เนื่องจากทางคู่กรณีมีการเปลี่ยนคนขับ และคิดว่ารูปคดีนั้นคงเปลี่ยน จึงมาร้องขอความเป็นธรรม โดยวานนี้ลูกชายมาเกณฑ์ทหาร ทางเจ้าหน้าที่ทหารก็คัดออก เนื่องจากลูกชายไม่สมประกอบ ทั้งๆ ที่ลูกชายอยากสมัครไปเป็นทหารอย่างมาก

“ในฐานะแม่ตอนนี้อยากให้ทางโรงพยาบาลรีบออกไปชันสูตรโดยเร็ว เพื่อที่พนักงานสอบสวนร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยากให้คู่กรณีดูแลเรามากกว่านี้ เพราะตอนนี้ลูกชาย ยังคงต้องเรียน ซึ่งตอนที่ไปคุยกันที่โรงพักตอนนั้น ทางคู่กรณีก็บอกว่าจะรอหมายศาลอย่างเดียว” นางไพรวัลย์ กล่าว

ด้านนายชัยวัฒน์ นิสสัยหาญ อายุ 28 ปี พี่ชายนายชโยดม บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขายของที่ตลาด ต่อมามีคนมาบอกว่าน้องชายตนประสบอุบัติเหตุ จึงรีบออกมาดู ตอนแรกคิดว่าเป็นรถกระบะขนไม้ยูคาท่อนเล็กๆ แต่พอมาถึงก็พบว่าเป็นท่อนไม้ยูคาขนาดใหญ่จำนวนมาก ตกใจมากน้องชายรอดมาได้ไง

ตอนมาถึงทางกู้ชีพกู้ภัยก็กำลังจะพาน้องไปที่โรงพยาบาล จากการสอบถามคนที่มาดูรู้ว่าตอนแรกที่ไม้หล่นลงมาทับน้องยังไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ เพราะว่าตอนนั้นคิดว่าน้องจะเสียชีวิตแล้ว พอคนเห็นว่าคนที่ถูกไม้ทับยังยกแขนกระดิกแขนได้ เลยรีบช่วยกันยกไม้ที่ทับร่างน้องชายออก และคนที่มาดูตอนนั้นเขาก็ไลฟ์สดลงเฟซบุ๊ก โดยในภาพมีกองไม้ขนาดใหญ่ทับร่างน้อง เหลือแต่แขนโผล่ออกมา และเห็นคนขับเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงแต่อย่างใด

ส่วนตัวตนกับน้องชายก็รักมากช่วยกันดูแลแม่ ก่อนหน้านี้แม่ตัวเองก็ประสบอุบัติเหตุ ต่อมาน้องชายก็ประสบอุบัติเหตุ เรื่องที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้ ในฐานะพี่ชายอยากให้คดีนี้ดำเนินการอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางคู่กรณีไม่เคยสนใจห่วงใยดูแลสอบถามเลย แม้กระทั่งนัดคุยเจรจาที่โรงพัก ก็ไม่เคยมาพูดคุย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน