เชียงใหม่ วิกฤตมลพิษ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ฟุ้งสาหัสสุดของปี ครองอันดับ 1 โลกต่อเนื่อง หมอกควันหนาทึบ ลุ้นพายุฤดูร้อนช่วยบรรเทา
9 เม.ย. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ หมอกควันของเชียงใหม่ยังคงวิกฤติหนักต่อเนื่องและยังอยู่ในช่วงที่สาหัสที่สุดของปี ครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง ขณะที่ต้องรอลุ้นพายุฝนฟ้าคะนองจะมาช่วยบรรเทาสถานการณ์ หลังกรมอุตุฯประเทศเตือนพายุฤดูร้อน 9-11 เมษายน ในพื้นที่ภาคเหนือ

lesiy[สถานการณ์หมอกควัน และมลพิษทางอากาศของเชียงใหม่เข้าสู่ระดับวิกฤตที่ยาวนานต่อเนื่อง และถือว่าเป็นช่วงที่หนักที่สุดของปี รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษที่ติดตั้งอยู่ ในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ,ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม, ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และตำบลหางดง อำเภอฮอด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง เวลา 08.00 น. วันนี้ อยู่ที่ 120.7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 128.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 126.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 73.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 148.9 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 104.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 246,254,252,196,274 และ 230 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ทั้งนี้ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ขณะที่เว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 197 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 145 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาดังกล่าวอยู่ในอันดับที่ 1 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ขณะที่อันดับ 2 ได้แก่ คูเวตซิตี้ ประเทศคูเวต ดัชนีคุณภาพอากาศ 194 US AQI และอันดับ 3 กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล 191 US AQI
รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 9 เมษายน 2567 รอบเช้า จังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อน จำนวน 145 จุด พบในพื้นที่อำเภอเชียงดาวมากที่สุด 21 จุด รอลงมาเป็นอำเภอ แม่แจ่ม 19 จุด ฮอด 18 จุด ฝาง 16 จุด อมก๋อย 14 จุด แม่แตง 14 จุด ไชยปราการ 11 จุด และกระจายไปอีก 8 อำเภอ

สำหรับบรรยากาศเช้านี้พบว่า ตามท้องถนนยังคงหนาทึบไปด้วยหมอกควัน แม้จะมีการประกาศมาตรการ work from home ออกมา แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคนต้องดิ้นรนออกมาทำงานท่านกลางวิกฤติคุณภาพอากาศที่่ส่งผลกระทบกับร่างกายทุกวันและต่อเนื่องเป็นเวลานาน หมอกควันที่หนาทึบ ทำให้แสงแดดจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลอดลงมาสู่พื้นล่าง และสามารถมองดวงอาทิตย์ได้ด้วยสายตา เพราะหมอกคันที่หนาทึบเหมือนกับเป็นฟิล์มกันแสงไว้ แต่สิ่งที่อาจจะเป็นความหวังได้มากที่สุดสำหรับวิกฤตมลพิษทางอากาศของชาวเชียงใหม่ และภาคเหนือที่เหมือจะพึ่งได้มากกว่าการแก้ไขปัญหาของภาครัฐคือเรื่องของธรรมชาติ

ซึ่งทางกรมอุตุได้ออกประกาศแจ้งเตือนไว้ว่า ใน่วงวันที่ 9-11 เมษายน 2567 จะมีพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือ ซึ่งนี่คือความหวังอันสูงสุดของคนเชียงใหม่ และชาวภาคเหนือว่าพายุฝนฟ้าคะนองจะมาช่วยบรรเทาปัญหาลงได้ให้กลับมามีอากาศที่ดีพอได้หายใจ
โดยในช่วงวันที่ 9-11 เมษายน 2567 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านประเทศเมียนมาและภาคเหนือตอนบน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น
โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงไว้ด้วยจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้วันที่ 9-10 เมษายน 2567 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ วันที่ 11 เมษายน 2567 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก